วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จักรทิพย์'ย้ำเดินหน้าปฏิรูปตำรวจ10ด้าน

“จักรทิพย์”ย้ำเดินหน้าปฏิรูปตำรวจ10ด้าน เน้นงานสอบสวน-บังคับให้กฎหมายก่อน นำร่อง 514 โรงพัก

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงยุทธศาสตร์การปฏิรูปตำรวจ 20 ปี ว่า การปฏิรูปตำรวจเป็นนโยบายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งตนได้หมอบมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยมีความคืบหน้าไปเยอะแล้ว ทั้งระยะเร่งด่วน 1 ปี ระยะกลาง 5 ปี และระยะยาว 20 ปี โดยแบ่งการปฏิรูปออกเป็น 10 ด้าน คือ 1.ปรับปรุงการบริหารงานบุคคล และเส้นทางการเจริญเติบโต 2.การกระจายอำนาจและพัฒนาการบริหารงานตำรวจ 3.ปฏิรูประบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย 4.ค่าตอบแทนและสวัสดิการ เพื่อดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี 5. อุปกรณ์ประจำกาย อุปกรณ์ประจำหน่วย 6.การป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น 7.การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและท้องถิ่น 8.การจัดระบบนิติวิทยาศาสตร์ 9.การสรรหาและระบบการฝึกอบรม และ 10.การถ่ายโอนภารกิจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นใดที่สามารถทำได้ในระยะเร่งด่วน 1 ปี คืออะไร พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ประเด็นเร่งด่วนที่ต้องปฏิรูปคือ ระบบงานสอบสวนและการบังคับกฎหมาย ซึ่งจะนำร่อง 514 โรงพัก ส่วนด้านต่างๆอีก 9 ด้านที่เหลือ ค่อยดำเนินการไปตามระดับ โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามฐานข้อมูลที่จะนำมาปฏิรูปตำรวจนั้น นำมาจากหลายส่วน ทั้ง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยให้ พล.ต.อ.พงศพัศ ไปขับเคลื่อนต่อ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า การดำเนินการทั้ง 514 โรงพัก ต้องดำเนินการให้เสร็จ ภายใน 1 ปี และนำสิ่งที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาแก้ปัญหาก่อน โดยจะดำเนินการให้ครบทุกมิติ และประเมินว่าตั้งแต่เริ่มต้นการดำเนินการเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนจะมีการคาดโทษข้าราชการตำรวจที่ไม่สนองรับนโยบายหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ในเมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนองนโยบายรัฐบบาลแล้ว ตำรวจทุกนายก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่อและสนองด้วย ส่วนการปกครอง ใครไม่เต็มใจ ก็เอาคนอื่นมาแทน แค่นั้น โดยทุกคนต้องลงเล่นเกมนี้ จะมาปล่อยปละละเลยไม่ได้แล้ว

“ส่วนประด็นการถ่ายโอนภารกิจนั้น ซึ่งจริงๆ หน่วยงานที่รับโอนภารกิจ ยังไม่พร้อม ซึ่งผมยินดี และโอนไปให้ได้อยู่แล้ว แต่ปลายทางที่จะรับต่อจากเรา เช่น กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ยังไม่พร้อม จะทำยังไง ก็ต้องอยู่กับเราต่อ ตำรวจรถไฟ ตำรวจทางหลวง ก็ไม่พร้อม เอาภารกิจการรับเสด็จ ถ้าจะเอาก็เอาไปทั้งหมดเลย ซึ่งคนกลางยังไม่รู้ ทำไมตำรวจท่องเที่ยวถึงไม่อยู่กระทรวงการท่องเที่ยว เมื่อโอนไปแล้วอาจติดด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ ที่ปลายทางรับไม่ได้ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานต้นทาง ถ้าหากจะโอนไปแล้วต้นทางเขารับก็ไม่ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว” ผบ.ตร.กล่าว