"ดีเอสไอ" รับตัวผู้ร้ายข้ามแดนชาวอิหร่านจากมาเลเซีย เผยขบวนการทำพาสปอร์ตปลอมพัวพันการค้ามนุษย์รายใหญ่ในภูมิภาค
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายให้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ เดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาตาม พ.ร.บ.ผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศมาเลเซียในวันนี้ ( 21 ก.ค.) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 22.30 น. โดยจะเดินทางไปรับตัวพร้อมกับตัวแทนสำนักงานอัยการคือนายชัชชม อรรฆภิญญ์ รองอธิบดีอัยการ สำนักต่างประเทศ โดยผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นผู้ต้องหาคดีพิเศษที่ 84/2555 คือ นายปาร์ค เนจั้ด ซาเยส รามิน (Sayed Ramin Paknejad) หรือ นายอาเลียส รามิน (Alias Ramin) ชาวอิหร่าน อายุ 45 ปี มีประวัติเป็นนักค้าหนังสือเดินทางปลอมรายใหญ่ อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยพรางตัวเป็นนักธุรกิจมานานกว่า 10 ปี ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่จ.ชลบุรี พบของกลางยาเสพติด หนังสือเดินทางต่างประเทศ บัตรประชาชนปลอม รวมถึงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ปลอมแปลง
ทั้งนี้ผู้ต้องหาดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบค้าหนังสือเดินทางปลอมให้กับผู้ที่ต้องเดินทางเข้าประเทศที่สาม เป็นขบวนการลักลอบส่งคนเข้าประเทศที่สามและค้ามนุษย์รายใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังถูกจับกุมได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลจังหวัดพัทยา ก่อนหลบหนีระหว่างได้รับการปล่อยตัวออกไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ดีเอสไอจึงได้ประสานกับทางการมาเลเซียเพื่อติดตามจนทางการมาเลเซียสามารถจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวได้เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2556 และประสานแจ้งมายังดีเอสไอและสำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการขอตัวมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ต่อสู้คดีกว่า 3 ปี และอุทธรณ์เพื่อขอให้ศาลไม่ส่งตัวกลับ แต่สุดท้ายเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลสหพันธ์รัฐมาเลเซีย มีคำสั่งถึงที่สุดให้ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นความร่วมมือส่งผู้ร้ายข้ามแดนครั้งแรกระหว่างไทยและมาเลเซีย
ด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอมีการประสานงานกับทางการประเทศมาเลเซียอยู่เป็นระยะ เพราะคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคง มีการกระทำในลักษณะสนับสนุนการกระทำผิดในคดีที่มีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ ขบวนการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ จึงต้องติดตามตัวมารับโทษในไทย ก่อนหน้านี้ดีเอสไอเคยสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติในคดีลักษณะดังกล่าวหลายกลุ่ม
สำหรับคดีดังกล่าวเมื่อปี 2558 เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและก่อการร้ายสากล สำนักกิจการต่างประเทศและอาชญากรรมระหว่างประเทศ ร่วมกับส่วนปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับตำรวจเข้าค้นบ้านพักย่านบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมจับกุมนายเอสราฟิล บอนดาร์ หรือ มูรัต กูเกลฯ ชาวอิหร่านในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรเอาไปเสียซึ่งเอกสาร ใช้เอกสารปลอมและใช้หนังสือเดินและแผ่นปะตรวจลงตรา(วีซ่า)ปลอมได้พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์ทำหนังสือเดินทางหลายรายการ ต่อมามีการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาชาวอิหร่านได้เพิ่มเติมรวมถึงนายปาคเนจัด ซึ่งการขยายผลจับกุมพบของกลางเป็นหนังสือเดินทางกว่า 60 ประเทศ รวมกว่า 1,000 เล่ม

