วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมชัย' แจงกกต.ไม่เกี่ยว'สนง.เขต'ขอเงินทำป้ายประชามติ

"สมชัย" แจงกกต.ไม่เกี่ยวปัญหาสนง.เขต ไถเงินเอกชนทำป้ายรณรงค์ประชามติ ชี้ เป็นเรื่องของกทม.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่าสำนักงานเขตกทม.บางแห่งไถเงินพ่อค้าเพื่อทำป้ายรณรงค์ออกเสียงประชามติ ว่า ในการทำประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงจำเป็นต้องหาการสนับสนุนจากแหล่งต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งตามระเบียบกกต.เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถให้การสนับสนุนได้ภายใต้กรอบกติกาว่าจะต้องไม่เป็นไปในเชิงพาณิชย์มากเกินไป เช่น ข้อความในป้ายที่ระบุว่าสนับสนุนโดยใครต้องอยู่ด้านล่างและเป็นตัวเล็ก

รวมทั้งไม่รับการสนับสนุนจากฝ่ายการเมือง โดยเป็นแนวทางที่กกต.ของแต่ละจังหวัดจะไปพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่ทำสิ่งที่รบกวนภาคเอกชนมากเกินไป แต่ในส่วนของสำนักงานเขต กทม.ไม่ใช่เรื่องของกกต. โดยต้องแยกส่วนกันเพราะเรื่องของกกต.คือสำนักงาน กกต.กทม.ไม่ใช่สำนักงานเขตกทม. ซึ่งเท่าที่สังเกตป้ายก็แตกต่างกันคือถ้าเป็นของกทม.จะเป็นช้างแต่ของกกต.จะเป็นหนุมาน ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องสอบถามกับกทม.ไม่ใช่ กกต.

นายสมชัย กล่าวต่อว่า กกต.ไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณหรือป้ายรณรงค์กับทางกทม.แต่จัดสรรให้กับสำนักงาน กกต.กทม.ในวงเงินประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นงบประมาณที่ค่อนข้างน้อย โดยกกต.มีการขอความร่วมมือไปยังทุกส่วนราชการเกี่ยวกับการรณรงค์ออกเสียงประชามติเพราะถือเป็นวาระแห่งชาติ และขอบคุณกทม.ที่มีเจตนาดีในการช่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนตื่นตัวและรับรู้ถึงการออกเสียงประชามติครั้งนี้ ส่วนการไปขอสนับสนุนจากเอกชนนั้นก็ต้องพิจารณาตามกระบวนการภายในของหน่วยงานนั้น ๆ เพราะระเบียบของกกต.ใช้กับ กกต.เท่านั้น

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายนิพิฐฏ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า กกต.มีความล่าช้าในการจัดกิจกรรมให้ถกเถียงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยืนยันว่าการจัดกิจกรรมของกกต.มีมาตลอด แต่การจัดกิจกรรมเสริมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. เพื่อให้ประชาชนรับรู้กว้างขวางมากขึ้นเป็นเรื่องปกติ การที่สื่อมวลชนพาดหัวข่าวว่า กกต.เพิ่งตื่นจัดกิจกรรมนั้นจึงเป็นการสื่อสารที่มีสีสัน แต่ไม่สร้างสรรค์ เพราะ กกต.ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบทั้งจัดรายการทีวี 13ครั้งใน 6 ช่องหลักกับทีวีดิจิตอล 20 ช่อง การรณรงค์ผ่านแอพลิเคชั่น หรือการแจกจ่ายเอกสาร ซึ่งในส่วนของการแจกจุลสารร่างรัฐธรรมนูญฉบับย่อให้กับประชาชน 17 ล้านครัวเรือนภายในวันที่ 18-22 ก.ค. หากใครไม่ได้รับสามารถแจ้งมาที่กกต.ได้จะได้แจ้งไปยังไปรษณีย์ที่เป็นผู้รับผิดชอบ