วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์' ชื่นชมจัดสรรที่ทำกินผู้ยากไร้ อ.ลานสัก อุทัยฯ

“ประยุทธ์” ชื่นชมความสำเร็จการจัดสรร ที่ทำกินแก่ผู้ยากไร้อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หลังลงพื้นที่4เดือนเห็นผล เกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รายได้ดี

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐและจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ผู้ยากไร้ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานีว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝากชื่นชมความสำเร็จโครงการดังกล่าว เพราะหลังจากเมื่อวันที่ 26 ก.พ.59 ได้ลงพื้นที่มอบหนังสืออนุญาตให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน และต่อมามีการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมได้ผลดีเป็นอย่างมาก

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีชมเชยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งในส่วนของรัฐมนตรีและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สปก. กรมหม่อนไหม กรมชลประทาน ฯลฯ ที่ได้ทำงานอย่างทุ่มเท ร่วมกับสถาบันเกษตรกรและพี่น้องเกษตรกร ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในที่ดิน และส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ทำให้พี่น้องเกษตรกรยอมรับและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืช โดยรวมกลุ่มกันปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแปลงใหญ่ 300 ไร่ ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง มีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 120 ราย

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เน้นส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงไหมเพื่อขายรัง ปลูกหม่อนผลสด ปลูกหม่อนเพื่อขายใบ ทอผ้าไหม และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม โดยช่วยลดค่าปัจจัยการผลิต เช่น ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดราคาพันธุ์หม่อน ส่งเสริมให้ใช้พันธุ์หม่อนที่ให้ผลผลิตสูง รวมทั้งยังได้จัดสร้างแหล่งน้ำและระบบน้ำ ให้เพียงพอต่อการเลี้ยงแปลงหม่อน ส่งเสริมการใช้เครื่องสูบน้ำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ จัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย จัดหาตลาด ฯลฯ ทำให้เกษตรกรแต่ละรายมีรายได้เดือนละ 9,000–18,000 บาท

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังเน้นว่า เพียง 4 เดือน ที่ได้ลงพื้นที่ ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือแบบประชารัฐ โดยเฉพาะตัวเกษตรกรเองที่ต้องเป็นผู้คิดและลงมือทำ รู้จักปรับตัวปรับอาชีพ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และหน่วยงานของรัฐเป็นผู้สนับสนุน ช่วยให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ จึงอยากให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ และนำแนวทางของ อ.ลานสัก ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง