เปิดประเด็นร้อน "สมเด็จฯช่วง" เจอด่านหิน! ยากจะตั้งเป็น "สังฆราช" ยุค คสช.?
นึกว่ามี "พลิกล็อก" เสียอีก! สำหรับผลการตีความมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่วันนี้ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ชี้แจงว่า "ไม่ขัดมาตรา 7"
"ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเสนอนามสมเด็จพระสังฆราช ต้องได้รับความเห็นชอบจาก มส. ก่อน และต้องเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ซึ่งตามกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าการเสนอรายชื่อนั้น จำเป็นต้องริเริ่มจากนายกฯ ดังนั้น การส่งความเห็น มส. มา จึงไม่ขัดกับมาตรา 7 หนังสือฉบับนั้นจึงยังมีผลอยู่"
ขณะเดียวกัน "กฤษฎีกา" ยังได้ตีความอีกว่า นายกฯไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่สามารถนำมาประกอบการใช้ดุลยพินิจได้ และแนวทางปฏิบัติก่อนหน้านี้ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2482
"ขั้นตอนนี้จบแล้ว ชัดเจนว่าสิ่งที่ทำมาไม่ได้ขัดแย้งกับมาตรา 7 ส่วนการดำเนินการต่อไป เรายังไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม หนังสือแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชยังอยู่กับผม ยังมีผลในทางราชการเหมือนเดิม นายกฯมีหน้าที่เสนอนามสมเด็จพระสังฆราช และรับสนองพระบรมราชโองการ ดังนั้นก่อนที่ผมจะเสนอเรื่องไปต้องดูทุกอย่างให้รอบด้าน ครบถ้วน..
"ตอนนี้ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับขั้นตอนการเสนอนามสมเด็จพระสังฆราช จึงต้องขอเวลาดูเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนทำความเห็นถึงนายกฯต่อไป ไม่สามารถระบุเวลาได้ เพราะมีหลายปัจจัย ต้องให้สังคมเข้าใจตรงกันก่อน ผมขอแบกเรื่องนี้ รับภาระ เป็นของตัวเองก่อน และไม่รู้สึกกดดันอะไร เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายเข้าใจ" สุวพันธุ์ ระบุ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นกรณีที่มีผู้ร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตีความกฎหมายในมาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ โดยให้เริ่มต้นจากมหาเถรสมาคม(มส.)ว่า
"ไม่ได้ว่าอะไร อำนาจใครก็อำนาจใคร ตนมีหน้าที่อะไร มีหน้าที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วตนทูลเกล้าฯในสิ่งที่มีปัญหาได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็จบ"
เมื่อถามว่า ต้องรอคดีจบก่อนใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า "ไม่ต้อง คิดไม่ออกเหรอ ว่าต้องรอกระบวนการเรียบร้อยก่อน..แล้วไม่กลัวว่าจะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันหรืออย่างไร วันนี้มีกี่พวก อย่ามองบ้านเมืองในแง่ดีแง่เดียวมันมีพร้อมทุกเรื่อง" นายกฯ กล่าว
ดูเหมือนว่า ทั้ง "สุวพันธุ์-พล.อ.ประยุทธ์" พูดชัดเจนตรงกัน คดีความเกี่ยวพัน "สมเด็จฯช่วง" ไม่จบก็คงไม่มีโอกาสเป็น "พระสังฆราช" องค์ใหม่
ทั้งนี้ "เผือกร้อน" ที่ "สุวพันธุ์" ประกาศแบกรับไว้ ย่อมสะท้อนว่า ไม่อยากโยนเรื่องให้ "พล.อ.ประยุทธ์" ต้องโดนใครกดดันในเรื่องนี้ ขอแบ่งเบาภาระ!
ฉะนั้น คำพูดของ "สุวพันธุ์" ขอตรวจสอบให้รอบด้าน โดยไม่สามารถระบุเวลาได้ จึงเสมือนเป็น "ด่านหิน" ไม่ให้เรื่องไปถึงนายกฯแบบง่ายๆแน่ ย่อมเห็นชัดว่า คงยากจะเห็น "สมเด็จฯช่วง" ขึ้นเป็น "พระสังฆราช" ในยุครัฐบาล คสช. ก็เป็นได้!?





