เด้ง! 'สมชาติ-คุณวุฒิ' ขรก.-ลูกจ้างสภาฯรวมตัวให้กำลังใจ

ขรก.-ลูกจ้างสภาฯ รวมตัวให้กำลังใจ “สมชาติ-คุณวุฒิ” ถูกสั่งพ้นตำแหน่ง ด้าน 2ขรก. ขอใช้สิทธิอุทธรณ์
เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่มข้าราชการและลูกจ้างในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมตัวที่บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา1 เพื่อเตรียมให้กำลังใจกับนายสมชาติ ธรรมศิริ อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ถูกคำสั่งให้ปลดออกจากตำแหน่ง กรณีที่ใช้อำนาจลงนามนำเงินของสโมสรรัฐสภา จำนวน 3.4 ล้านบาทให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ยืมโดยมิชอบ ขณะที่บริเวณอาคารรัฐสภา 3 ชั้น 6 ได้มีข้าราชการอีกกลุ่มรวมตัวเข้าให้กำลังใจกับนายคุณวุฒิ ตันตระกูล อดีตรองเลขาธิการสภาฯ ที่ถูกคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างอุตสาหะในการบริหารจัดการดินในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ทำให้เกิดผลกระทบต่อแผนงานและสร้างความเสียหายแต่ราชการอย่างร้ายแรง ซึ่งข้าราชการและลูกจ้างในสำนักงานฯ ที่มอบดอกไม้ มีท่าทีที่เศร้าสลด
ทั้งนี้นายคุณวุฒิ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังรับมอบพวงมาลัยจากข้าราชการและลูกจ้างสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ตนได้ลงนามรับทราบคำสั่งปลดออกแล้ว เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 ก.ค. โดยหลังจากนี้ตนจะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) ภายใน 30 วัน ซึ่งเชื่อว่า ทางก.ร. ที่มีนายพรเพชร เป็นประธานนั้นจะให้ความเป็นธรรมกับตน ทั้งนี้เมื่อได้เห็นเอกสารคำสั่งให้ปลดออก ซึ่งได้อ้างการปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความไม่ตั้งใจ และอุตสาหะ เอาใจใส่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการ
โดยยกกรณีที่ตนฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการดินฯ ทิ้งช่วงการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 8 และ ครั้งที่ 9 ห่างกัน 4 เดือน จนทำให้กระทบต่อแผนการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งในประเด็นดังกล่าวตนได้ชี้แจงและให้ข้อเท็จจริงเมื่อครั้งที่ให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่า ในการประชุมครั้งที่ 8 ทางบริษัทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริษัทที่ปรึกษาโครงการ, บริษัทควบคุมงาน และบริษัทของผู้รับจ้าง แจ้งให้ระงับการขนย้ายดินออกจากพื้นที่ เนื่องจากต้องใช้ดินส่วนดังกล่าวเป็นส่วนประกอบในการค้ำยันโครงสร้าง ซึ่งทางบริษัทที่เข้าประชุมได้ขอเวลาในการคงดินในพื้นที่ ไว้ 4-5 เดือน ทำให้ที่ประชุมต้องปฏิบัติตามคำร้องขอดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้การประชุมครั้งที่ 8 กับครั้งที่ 9 ต้องทิ้งช่วงห่างกันนาน 4 เดือน ทั้งนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารจัดการดินฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายดิน มีเพียงหน้าที่ประสานงานและทำความเข้าใจกับฝ่ายต่างๆ
“กรณีที่ผลสอบระบุว่าเป็นเพราะการบริหารจัดการดิน ที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่จนทำให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการรัฐสภา ทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ต้องเสียงบประมาณจำนวนมากในการเช่าพื้นที่เอกชนเพื่อใช้เป็นสำนักงานและเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนต้องถูกปลดออกนั้น ตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมามี 4 หน่วยงานในพื้นที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้แก่ ชุมชนทอผ้า, ห้องสมุดของกรุงเทพมหานคร, กรมการอุตสาหกรรมทหาร กระทรวงกลาโหม และโรงเรียนโยธิบูรณะ ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทันตามกำหนด แต่ไม่ถูกระบุว่าสร้างความเสียหายให้กับโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ผมไม่ขอยอมรับผลสอบ เพราะผมไม่เคยโกง ไม่เคยถูกสอนให้โกง และไม่ยอมในสิ่งที่ผิด เพราะหากผมยอมแล้ว เมื่อตายไปจะมีหน้าไปบอกกับคุณนายประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์ อดีตเลขาธิการสภาฯ ปี 2503 ที่มีศักดิ์เป็นตาของผมได้อย่าง อีกทั้งในทางเครือญาติของผมมีความเกี่ยวดองกับท่านปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษด้วย ดังนั้นผมจึงไม่ยอมในสิ่งที่ผิดเด็ดขาด” นายคุณวุฒิ กล่าว
ด้านนายสมชาติ กล่าวว่าตนไม่สามารถยอมรับในคำตัดสินตามคำสั่งให้ไล่ตนออกจากตำแหน่งได้ เพราะเมื่อพิจารณาข้อกล่าวหาและรายละเอียดนั้นไม่มีความเหตุสมผล เนื่องจากในข้อเท็จจริงการที่สโมสรรัฐสภา ให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ยืมเงิน จำนวน 3.4 ล้านบาทเพื่อสร้างวัตถุมงคลนั้นเป็นไปตามมติของคณะกรรมการสโมสรรัฐสภา ไม่ใช่เป็นคำสั่งของตน แต่ตนในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ต้องเป็นผู้ลงนามอนุมัติตามมติของคณะกรรมการฯ ซึ่งภายหลังจากที่สโมสรรัฐสภาให้ยืมเงินแล้ว ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ส่งเงินต้นคืนให้กับสโมสรรัฐสภา แต่เป็นการทยอยส่งคืน เนื่องจากการจำหน่ายวัตถุมงคลนั้นต้องอาศัยเวลาการในการจำหน่าย ทั้งนี้ในการให้ยืมเงิน หรือการโอนเงินคืน เป็นขั้นตอนทางบัญชีของหน่วยงานราชการในสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ซึ่งตนไม่ได้รับเงินดังกล่าวแต่อย่างใด
“กับการตรวจสอบครั้งนี้ ผมไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคณะกรรมการสอบสวนนั้นให้เวลาตนชี้แจงข้อกล่าวหาเพียง 17 วันเท่า อีกทั้งทางคณะกรรมการฯ ไม่เชิญบุคคลที่ตนขอให้เป็นพยาน อาทิ นายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาฯ มาให้ถ้อยคำ ทั้งนี้กรณีของผมใช้เวลาอย่างรวดเร็วมาก เมื่อเทียบกับการสอบสวนการทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างในสภาผู้แทนราษฎร อาทิ โครงการการปรับปรุงห้องประชุมงบประมาณ, โครงการปรับปรุงลานหินอ่อน บริเวณพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 หรือ โครงการปรับปรุงแท่นพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ที่ใช้เวลาตั้งเรื่องสอบสวน นานถึง 2 ปี
แต่ขณะนี้ผลสอบยังไม่ปรากฎ” นายสมชาติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายสมชาติได้กล่าวกับข้าราชการและลูกจ้างสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ที่มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ว่า ตนขอให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางข้าราชการที่ดี และอย่านำกรณีที่ตนและนายคุณวุฒิ ถูกให้ออกจากตำแหน่งราชการมาเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความท้อในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทำให้ข้าราชการที่มาให้กำลังใจได้ตะโกน ให้สู้ๆ และปรบมือเป็นกำลังใจด้วย




