สนช.กล้านรงค์ ข้องใจชง "เรวัต" คนเดิม ยกเคสเลือกปธ.ปปป. สมัย "มีชัย" ไม่เลือกคนเดิมที่รัฐบาลส่งมาซ้ำ เชื่อมือกมธ.สอบประวัติแนะสอบเชิงลึก
ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่1 เป็นประธานการประชุม โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงผลการสรรหาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน คือนายเรวัต วิศรุตเวช หลังจากนั้นที่ประชุมให้ความเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการ แผ่นดิน จำนวน17คน อาทิ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.ชัชชาลย์ สุขสมจิตร์ พล.อ.นิพัทธ ทองเล็ก นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ เป็นต้น เพื่อพิจารณาตรวจสอบประวัติให้เสร็จสิ้นภายใน20วัน แล้วส่งให้ ที่ประชุมสนช.พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้นายกล้านรงค์ จันทิก สนช. ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการที่คณะกรรมการสรรหา เสนอชื่อนายเรวัต กลับมาอีกครั้ง ว่า ถือเป็นครั้งแรกประวัติศาสตร์ของ สนช. หรือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ที่คณะกรรมการสรรหามีการเสนอชื่อบุคคลเดิมที่ถูกสภาไม่ให้ความเห็นชอบ กลับมาให้ สนช. ให้ความเห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งตนได้พิจารณาจากการให้ความเห็นชอบในครั้งที่แรกจากการลงคะแนนของสนช. พบว่ามีคะแนนเสียงเห็นชอบและไม่เห็นชอบเท่ากันคือ66ต่อ66 งดออกเสียง24 ซึ่งการงดออกเสียงก็คือการไม่ให้เห็นชอบ เมื่อนำตัวเลขมารวมกันก็กลายเป็นเสียงไม่เห็นชอบ90 ต่อ66
ดังนั้น เมื่อมีการเสนอบุคคลเดิมกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง และยังทราบว่าในกระบวนการสรรหาต้องมีการลงคะแนนถึง30รอบโดยนายเรวัติ ได้คะแนน4ต่อ2เสียงที่ผ่านมา เคยมีการเลือกประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ปปป.) และกรรมการ ปปป. โดยรายชื่อประธานและกรรมการ ปปป.ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่ชั้นวุฒิสภา ปรากฏว่า วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบตัวประธานปปป. จึงส่งเรื่องกลับไปยังรัฐบาลแต่รัฐบาลยังส่งชื่อประธานปปป. คนเดิม ซึ่งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานวุฒิสภาในขณะนั้น ยืนยันว่า หากเสนอรายชื่อบุคคลเดิมเข้ามาจะถือเป็นการเสนอญัตติซ้ำในสมัยประชุมเดียวกันทำไม่ได้ ทำให้รัฐบาลต้องเสนอรายชื่อบุคคลอื่นเข้ามาแทน
“ผมขอฝากคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ว่าขอให้ตรวจสอบลงลึกในประวัติการทำงานของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ทั้งจริยธรรม ความประพฤติและการกระทำ เพื่อประโยชน์ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ และสนช.ที่จะพิจารณาต่อไป ถ้าตรวจสอบไม่ลึกพอแล้วมีคำถามของ สนช. ที่คณะกรรมาธิการจรวจสอบประวัติฯ ไม่ได้สอบถามอาจจะเกิดความไม่สบายใจแก่ สนช. ในการลงคะแนน โดยเฉพาะการที่จะให้ความเห็นชอบในบุคคลเดิม จะต้องลงมติด้วยความรู้สึกรับรู้ข้อเท็จจริง และเหตุผลอย่างแท้จริงบน พื้นฐานของความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ผมเห็นชื่อคณะกรรมาธิการฯทุกคนแล้ว ผมเชื่อในเกียรติคุณของพวกท่าน และเชื่อว่าจะสามารถตรวจสอบประวัติได้อย่างลึกซึ่งและตอบคำถามของสมาชิกสน ช.ได้ในวันที่มีการเสนอชื่อมาให้ที่ประชุมสนช.พิจารณา “นายกล้านรงค์ กล่าว

