วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ สปป.ลาว เดินหน้าพาปท.หลุดพ้นด้อยพัฒนา

"ทองลุน” นำคณะเยือนขอนแก่น พร้อมประกาศเดินหน้าพา สปป.ลาว หลุดพ้นจากประเทศด้อยพัฒนาให้ได้ในปี 2563 และก้าวสู่ประเทศรายได้ปานกลางในปี 2573

วันที่ 6 กรกฏาคม 2559 ที่ห้องประชุมวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เดินทางมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สปป.ลาว สู่อนาคตการพัฒนา” ซึ่งสมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น เพื่อเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ หลังจากที่ คณะของนายกรัฐมนตรี แห่ง สปป.ลาว พร้อมรัฐมนตรี 13 กระทรวงหลักได้เดินทางมากระชับความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการร่วมกับรัฐบาลไทย ท่ามกลางความสนใจจากกลุ่มนักธุรกิจ นักวิชาการ จากทั่วประเทศร่วมรับฟังกว่า 1, 000 คน

นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี แห่ง สปป.กล่าว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ สปป.ลาว ปัจจุบันยังคงประกอบด้วย 17 แผนการหลักของการเป็นแผนการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ สปป.ลาว หลุดพ้นจากประเทศที่ด้อยพัฒนาให้ได้ ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างเต็มที่และเปิดโอกาสให้กับนักธุรกิจจากต่างประเทศและภายในประเทศได้ลงทุนและทำธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนชาวลาว โดยแผนการในระยะแรกนั้นในปี 2018 จะมีการวิจัยและศึกษาข้อมูลถึงความเป็นไปได้ในแนวทางการดำเนินงานทุกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายให้กับประชาชนอย่างยั่งยืนและเท่าเทียม และนำพา สปป.ลาว ประกาศหลุดพ้นจากประเทศด้อยพัฒนาให้ได้ในปี 2020 และในปี 2025 สปป.ลาว จะก้าวสู่ประเทศที่มีรายได้ในระดับปานกลาง โดยรายได้ของคนลาวต่อหัวต่อคนต่อปีจะไม่น้อยไปกว่า 7,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และในปี 2030 สปป.ลาวจะเป็นประเทศที่มีรายได้ในระดับปานกลางถึงระดับสูง ทั้งหมดได้ถูกกำหนดไว้ซึ่งคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันจะต้องร่วมกันดำเนินงานเพื่อสร้างอาชีพ สร้างงานและเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้กับประชาชนชาวลาวทั้ง 6 ล้านคนให้ได้

“ เมื่อเช้าที่ผ่านมาได้นำคณะฯ เข้าพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งลาว นั้นเป็นประเทศที่ผลิตพลังงานเพื่อจำหน่ายโดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้า โดยในการหารือ ลาว ได้ขอร้องให้รัฐบาลไทยนั้นเพิ่มสัดส่วนการซื้อไฟฟ้าจากลาว จากเดิมปีละ 7,000 เมกกะวัตต์ เป็น 10,000 เมกกะวัตต์ ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องและสรุปตกลงกันที่รัฐบาลไทยจะซื้อไฟฟ้าจากลาวปีละ 9,000 เมกกะวัตต์ ขณะที่การพัฒนาร่วมกันในด้านต่างๆโดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง จีน-ลาว-ไทย ซึ่งลาวจะเริ่มการก่อสร้างในช่วงเดือน ธ.ค.ปีนี้ ดังนั้นยังคงจะต้องขอแรงสนับสนุนจากรัฐบาลลาวในการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวเพื่อให้สามารถที่จะเชื่อมต่อทางรถไฟต่อกันให้ได้ทั้ง 3 ประเทศ และจะมีการสร้างสะพานมิตรภาพเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซึ่งเป็นสะพานเฉพาะของทางรถไฟข้ามแม่น้ำโขงอีกด้วย”

นายทองลุน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ลาวเป็นประธานอาเซียน ก็จะมีการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานของทั้ง 10 ประเทศอย่างเต็มที่และลาวพร้อมให้การสนับสนุนแผนงานขับเคลื่อนของกลุ่มประเทศตามลำน้ำโขง CLMVT อย่างเต็มความสามารถเช่นกันเพื่อให้การดำเนินงานร่วมกันของทุกฝ่ายนั้นบรรลุข้อตกลงและเป็นไปในแนวทางการพัฒนาร่วมกัน ขณะที่การส่งเสริมการค้าและการลงทุนนั้น ลาวจะเป็นประเทศเชื่อต่อหรือคนกลางในการประสานงานกับนานาประเทศในรูปแบบของการเปิดกว้างและรับฟังในทุกรายละเอียด และแม้ว่าลาวจะไม่มีท่าเรือที่จะเป็นศูนย์กลางทางการขนส่ง แต่ลาวจะเป็นศูนย์กลางในการคมนาคมขนส่งและมีจุดกระจายสินค้า หรือเรียกว่าท่าเรือบก ที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียนในอนาคต อย่างไรก็ตามสำหรับปมปัญหาและพื้นที่พิพาททับซ้อระหว่างไทยและลาว โดยเฉพาะตามแนวเขตชายแดนและพื้นที่ตามลำน้ำโขงรัฐบาลลาวให้การสนับสนุนในที่จะร่วมสำรวจและกำหนดเขตแดนให้ชัดเจนเช่นกัน โดยขอร้องให้ไทยจัดส่งนักวิชาการ โดยเฉพาะจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นร่วมศึกษาในรายละเอียดต่างๆ

สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น นั้น นอกจากจะเป็นประธานในการปาฐกถาพิเศษแล้วยังคงเข้ารับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน รวมทั้งการเยี่ยมชมและพบปะผู้ประกอบการไทยที่ประสบผลสำเร็จและลงทุนใน สปป.ลาว การมอบเหรียญชัยมิตรภาพแก่คณะกรรมกรสมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ การร่วมประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญตามขนบธรรมเนียมประเพณีของคนอีสาน ก่อนที่จะร่วมรับประทานอาหารค่ำร่วมกับ คณะกรรมการสมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ,คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ก่อนนำคณะเดินทางกลับ ด้วยเที่ยวพิเศษของสายการบินลาว จากท่าอากาศยานขอนแก่นไปยังท่าอากาศยานวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ถือเป็นการสิ้นสุดการปฎิบัติภารกิจของนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว ในระหว่างวันที่ 5-6 ก.ค.2559