"พล.อ.ไพบูลย์" รมว.ยุติธรรม แจงเปลี่ยนตัวเลขาป.ป.ส.เพราะคุณสมบัติไม่เหมาะ ยันไม่มีปัญหาส่วนตัว ดูงานเป็นหลัก
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 ย้ายนายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า เหตุผลเป็นไปตามประกาศคำสั่งคือเพื่อความเหมาะสม พร้อมย้ำว่าตำแหน่งเลขาธิการป.ป.ส.ต้องประสานงานทั้งในและต่างประเทศ ทำงานทั้งในด้านป้องกันและปราบปรามเพื่อให้เห็นว่าปัญหาลดระดับลงได้ ตนไม่เคยบอกว่ายาเสพติดจะหมดไปจากประเทศ แต่ต้องให้เห็นผลการทำงานบ้างตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ จากการทุ่มเทมาตลอด 2 ปี น่าจะพอเก็บเกี่ยวผลงานได้ในปีที่ 3 เรื่องดังกล่าวเชื่อว่าคนภายในป.ป.ส.ก็รู้ดี ทำมา 2 ปีต้องเห็นความสำเร็จบ้าง ทั้งเรื่องการจัดระบบ ความสมดุลกับงบประมาณ คนเป็นเลขาธิการป.ป.ส.ต้องเป็นแม่งานได้ทุกมิติทั้งในและต่างประเทศ
รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อไปว่า ตนก็เป็นคนเสนอตั้งนายณรงค์เป็นเลขาธิการป.ป.ส. เอง แต่เมื่อตั้งมาแล้วระยะหนึ่งเริ่มเห็นการทำงาน ยืนยันว่านายณรงค์ไม่ใช่คนที่ไม่ปฏิบัติงานตามนโยบาย เขาเป็นข้าราชการที่ดี แต่อาจไม่เหมาะสมที่จะนำป.ป.ส.ในสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องการทำงานด้านยาเสพติด จึงต้องการบุคคลที่มีความคล่องตัว ทำงานแบบทะลุทะลวง สำหรับกรณีที่ให้นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย รองเลขาธิการฯป.ป.ส.ขึ้นเป็นเลขาธิการป.ป.ส.แทนนั้น อาจเป็นเพราะตนก็ไม่รู้จะเลือกใคร แค่ไม่ต้องการได้คนนอก ที่ผ่านมามักได้ตำรวจมาดำรงตำแหน่งแทน แต่ตนพูดมาตั้งแต่ต้นว่าไม่ต้องการตั้งคนนอก ต้องการให้คนในได้เติบโต ย้ำว่าการทำงานของป.ป.ส.ตนยึดที่งานเป็นหลัก ไม่มีปัญหาส่วนตัว

