background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

มารู้จัก.. 'โทษประหารชีวิต'

มารู้จัก.. 'โทษประหารชีวิต'

ทำความรู้จักกับ "โทษประหาร" ในประเทศไทย

แทบทุกครั้งที่เกิดคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญประชาชน อย่างเช่น ที่เพิ่งเกิดกรณีนายชาตรี ร่วมสูงเนิน ก่อเหตุสยองฆ่าข่มขืน โดยใช้มีดปาดคอ น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา ครูสาว เสียชีวิตในห้องพัก อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ก็ได้มีเสียงเรียกร้องดังกระหึ่ม ให้ลงโทษ “ประหารชีวิต” กับผู้ก่อเหตุ เพื่อจะได้สาสมกับความผิดที่ได้กระทำขึ้น

ดังนั้น จึงลองมาทำความรู้จักกับ “โทษประหาร” ในประเทศไทยกัน

# โทษประหารชีวิต คืออะไร
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายคำว่า “ ประหารชีวิต” ว่า ฆ่า,ลงโทษฆ่า

# ทำไมต้องประหารชีวิต
การลงโทษประหารชีวิตก็เพื่อแก้แค้นผู้กระทำความผิด ให้สาสมกับความผิดที่ได้กระทำ และเป็นการตัดโอกาสที่ผู้กระทำความผิดจะหวนกลับมากระทำความผิดอีก และเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะเมื่อมีการประหารชีวิต คนที่คิดจะทำกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน ก็ไม่กล้ากระทำ เพราะเกรงว่าจะถูกลงโทษประหารชีวิตเช่นกัน

ดังนั้น โทษประหารชีวิต ถือเป็นมาตรการลงโทษที่เก่าแก่และรุนแรงที่สุด ซึ่งได้มีการบังคับใช้ในหลายประเทศ มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เป็นการกำจัดผู้กระทำความผิดออกจากสังคมอย่างเด็ดขาด ด้วยวิธีีการ “ฆ่า”

# บ้านเรามีโทษประหารหรือไม่

มีมาช้านานแล้วและปัจจุบันก็ยังมีอยู่ ตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย โทษทางอาญามี 5 สถาน คือ ประหารชีวิต ,จำคุก,กักขัง,ปรับและะริบทรัพย์สิน โดยโทษประหารชีวิต เป็นโทษหนักที่สุด อย่างไรก็ตาม สำหรับโทษประหารชีวิต เกือบทุกประเทศไม่ให้นำมาใช้กับผู้กระทำความผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งประเทศไทย

# ความผิดใดบ้างที่มีโทษตามกฎหมายถึงประหารชีวิต

ความผิดฐานค้ายาเสพติด, ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น, ความผิดฐานฆ่าข่มขืน, ความผิดฐานกบฏ, ,ความผิดฐานก่อการร้าย ,ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย,ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ, ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ จะเห็นได้ว่า ความผิดฐานฆ่าข่มขืน มีโทษตามกฎหมายถึงประหารชีวิต อยู่แล้ว

# วิธีการประหาร

โทษประหารในสมัยโบราณที่ใช้กันทั่วไปก็คือ “การฟันคอด้วยดาบ” ต่อมาเพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น ไม่ให้ชาวตะวันตก มองว่า ป่าเถื่อน จึงเปลี่ยนเป็น “ยิงเป้า” คือ ใช้ปืนยิงให้ตาย โดยใช้มาตั้งแต่ปี 2477 เรื่อยมาจนกระทั่งในปี 2546 ได้เปลี่ยนวิธีการประหารชีวิต จาก“ยิงเป้า” เป็นวิธี“ฉีดยา” ให้ตาย ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบัน

# มีการประหารชีวิตครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

24 ส.ค 2552 ทางราชทัณฑ์ได้ทำการประหารชีวิตด้วยการฉีดยานักโทษคดียาเสพติดรายสำคัญ 2 ราย คือ นายบัณฑิต เจริญวานิช และ นายจิรวัฒน์ พุ่มพฤกษ์ นักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งถูกจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 100,000 เม็ด จากนั้นก็ไม่มีการประหารชีวิตจริงอีกเลย นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 7 ปีแล้ว

# ระยะเวลานานแค่ไหน จึงจะถือว่าประเทศใดไม่มีโทษประหารในทางพฤตินัยหรือในทางปฏิบัติจริง แม้ว่ากฎหมายในประเทศนั้นยังมีโทษประหารอยู่
ตามหลักสากล หากไม่มีการประหารชีวิตจริง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 10 ปี ถือว่า ไม่มีโทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติ

# ปัจจุบันมีกี่ประเทศที่ยังคงโทษประหารชีวิต

ประมาณ 22 ประเทศ ที่ยังคงโทษประหารชีวิตหรือคิดเป็น 1 ใน 10 ของประเทศทั่วโลก ในขณะที่มีประมาณ 140 ประเทศ หรือคิดเป็นมากกว่า 2 ใน3 ของประเทศทั่วโลก ที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตทั้งในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีหลายชาติยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้ว แต่ประชากรโลกกว่า 60% อาศัยอยู่ในประเทศที่มีโทษประหารชีวิต เนื่องจาก ประเทศที่ยังใช้โทษประหารชีวิต เป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก อย่างเช่น 4 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกาและอินโดนีเซีย ก็ยังมีโทษประหารชีวิตอยู่

# เหตุผลของผู้สนับสนุนโทษประหารชีวิต

โทษประหารชีวิต เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ที่จะกำจัดอาชญากรผู้เป็นภัยออกจากสังคมอย่างเด็ดขาด โดยอาชญากรผู้นั้นจะไม่สามารถหวนกลับมาก่อเหตุร้ายได้อีก ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูและทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมมีความยำเกรงกลัวต่อโทษประหารชีวิตและไม่กล้าทำความผิดที่มีลักษณะรุนแรงทำลายล้างต่อชีวิตผู้อื่น อันเป็นการป้องกันอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ

# เหตุผลของผู้คัดค้านโทษประหารชีวิต

โทษประหารชีวิต เป็นโทษที่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนพื้นฐานในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ ที่มนุษย์ทุกคนมีสิทธิเสมอกัน เป็นสิทธิที่ไม่อาจพรากไปจากบุคคลได้

นอกจากนี้ การใช้โทษประหารชีวิตยังมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดโดยอาจถูกนำไปใช้กับ“ผู้บริสุทธิ์” ดังนั้นหากมีการประหารชีวิตไปแล้ว ก็จะไม่สามารถเรียกชีวิตกลับคืนมาได้ แม้ต่อมาภายหลังจะปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกประหารชีวิตนั้นเป็น“ผู้บริสุทธิ์”ก็ตาม

อีกทั้ง โทษประหารชีวิตไม่มีผลในการข่มขู่ ยับยั้ง ที่ทำให้คนเกรงกลัวและไม่กล้าทำผิด เพราะว่า โทษประหารชีวิต จะมีผลต่อการยับยั้งการกระทำผิดของบุคคลทั่วไปซึ่งไม่ทำผิดอยู่แล้ว แต่ไม่มีผลในการยับยั้งผู้ร้ายหรือผู้กระทำผิดที่เป็นอาชญากรอาชีพ ซึ่งมีความชำนาญและตัดสินใจทำผิด เพราะคิดว่าตัวเองหลุดรอดหรือผู้กระทำผิดที่มีความโหดเหี้ยมทารุณ ซึ่งกระทำไปแบบไม่ได้คิดไตร่ตรอง เนื่องจากถูกครอบงำจากสภาพแวดล้อมหรือสิ่งเสพติด