เปิดประเด็น "คณะบุคคลร่วมแก้ไขวิกฤติชาติ" ตอบโจทย์ กปปส.!?
ข้อดีของ "ร่างรัฐธรรมนูญ" ฉบับ "กรธ." ของประธานฯ มีชัย ฤชุพันธ์ ถูกฉายออกมาเป็นตอนๆ โดย สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย
"สุเทพ" เริ่มชี้แจงผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์บนเพจ "Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)" เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา เวลา 16.00 น. จนถึงวันนี้
น่าสนใจว่า วันแรกมีคนกดไลค์อยู่ที่ประมาณที่14,651ราย เข้าชมแล้ว 188,742 ครั้ง และจากวันนั้นถึงวันนี้ยอดลดลง โดยเฉลี่ยประมาณคนกดไลค์อยู่ที่ 8พันกว่า คนเข้าชมประมาณ 5.5 หมื่นครั้ง
ขณะที่ วานนี้ (4ก.ค.) ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ เปิดประเด็นเรื่องเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับ "คณะบุคคลร่วมแก้ไขวิกฤตชาติ" โดยยกข้อมูลเหตุการณ์เมื่อปี2556 – 2557ได้เกิดวิกฤตในประเทศ ที่เรียกได้ว่าหาทางออกไม่ได้ หาคนที่มีอำนาจมาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ จนในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ไม่สามารถที่จะหาทางเลือกอื่นได้ จึงต้องประกาศยึดอำนาจ
สุเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิดผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอาญา ทุจริตคอร์รัปชั่น เผาบ้านเผาเมือง เป็นต้น และรัฐบาลในขณะนั้น มีพฤติกรรมที่ปฏิเสธอำนาจศาล และมีการทุจริตคอร์รัปชั่น จนประชาชนทนไม่ไหว จึงออกมาเดินขบวนขับไล่รัฐบาล ทำให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ตัดสินใจยุบสภา เมื่อวันที่ 9ธ.ค.56
ต่อมาเมื่อวันที่ 7พ.ค.57 ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีโยกย้ายข้าราชการโดยมิชอบ ซึ่งจากการกรณีนี้ ทำให้บ้านเมืองก็เกิดปัญหาว่า ไม่มีนายกฯ และไม่มีสภาที่จะเลือกนายกฯ
"มวลมหาประชาชนจึงเดินขบวนให้วุฒิสภา ดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่วุฒิสภาก็ไม่สามารถดำเนินการได้ และพวกตนก็ได้ทำหนังสือถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เพื่อขอให้ออกมาแก้ไขปัญหาประเทศ ก็ไม่เป็นผล และเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการนัดทุกฝ่ายให้พูดคุยเพื่อหาทางออกประเทศ เมื่อวันที่21 – 22พ.ค. ปรากฏว่า ไม่ว่าจะอย่างไร รัฐบาลในขณะนั้น ก็ไม่ลาออก เพราะอ้างว่า ไม่มีกฎหมายใดเปิดช่องให้ จนประเทศเกิดทางตัน จนต้องยึดอำนาจ"
ทั้งนี้ ได้เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะลงประชามติ ก็ได้บัญญัติว่า ถ้าเกิดปัญหาดังกล่าว ในมาตรา 5 เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้น หรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยให้มี"คณะบุคคล" ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นผู้มีหน้าที่ร่วมกัน
โดยมีการระบุหน้าที่ชัดเจนว่า ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วม ระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานองค์กรอิสระ ร่วมกันทำหน้าที่วินิจฉัย
"บทบัญญัติที่ให้แนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่มีในรัฐธรรมนูญนี้ จึงตัดสินใจว่า จะไปลงมติรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้" สุเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ "สุเทพ" จะพูดช่วงบ่ายรายวัน เพื่อหนุนร่างรธน. เพื่อปลุกพลังกปปส.ผ่านสื่อโซเชียลฯ แต่กลายจะเป็นคะแนนโหวตได้กี่มากน้อยก็ตาม แต่มันอาจเป็น "หัวเชื้อ" ให้คนที่ลังเลว่าจะโหวตหรือไม่โหวตได้ตัดสินใจง่ายขึ้น
แน่นอนว่า "สุเทพ" พูดทุกวัน มีตัวเลขให้ว่า "เพิ่มหรือลด" ของจำนวนคนไลค์หรือติดตามชม ย่อมสะท้อนสิ่งที่ปลุกเร้าอยู่ ว่าได้ผลแค่ไหน และประการสำคัญ เรื่อง "คณะบุคคลร่วมแก้ไขวิกฤติชาติ" อาจตอบโจทย์ กปปส. ได้ แต่คนทั้งประเทศจะคิดเห็นอย่างไร..วันประชามติอาจมีคำตอบ!?





