“ราเมศ” ชี้ทุกคนต้องยอมรับคำตัดสินของศาลรธน. ขอให้ “กกต.คสช.” ให้ความเป็นธรรมกับคนที่ออกความเห็นอย่างจริงใจ
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรค กล่าวถึงการทำประชามติที่จะถึงนี้ว่า เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือน ก็จะถึงวันลงประชามติ ซึ่งที่ผ่านมามีการโจมตีว่าศาลรัฐธรรมนูญจากกรณีมีมติเป็นเอกฉันว่า 61 วรรคสอง พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว เป็นการตีความเพื่อเอื้อประโยชน์ในการทำประชามติครั้งนี้ ว่า เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ทุกฝ่ายควรยอมรับคำตัดสินดังกล่าว ซึ่งตนเห็นว่าในตัวคำวินิจฉัยไม่เป็นอุปสรรคการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ โดยในมาตรา 61 ได้ระบุว่าการเผยแพร่ข้อความ ภาพและเสียง หากไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริงสามารถทำได้ ดังนั้นใครก็ตามที่ออกมาบอกว่รับไม่รับ โดยที่มีเหตุผลว่าชัดเจนว่ามาตรานี้ดีอย่างไรหรือไม่ดีอย่างไร ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ต้องให้เป็นธรรมกับพวกเขาในการแสดงความเห็น เพราะประชามติเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนความเห็นของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) พูดเรื่องร่างรัฐธรรมนูญผ่านเฟ๊ซบุ๊คไลฟ์ นายราเมศ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ออกมาบอกข้อดีถึงสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่อีกฝ่ายก็ได้ชี้แจงความเห็นที่ต่างกัน สะท้อนให้เห็นการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนจะได้รับข้อมูลข่าวสาร ก่อนการลงประชามติ
ส่วนกรณีที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามตินอกเขตที่มีจำนวนน้อยมาก นายราเมศ กล่าวว่า เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเประชาชนไม่รู้ และไม่มีข้อมูลครบถ้วยเกี่ยวกับการลงประชามติล่วงหน้า จึงอยากให้ กกต. ขยายเวลา ลงทะเบียนใช้สิทธิ์นอกเขตผ่านอินเตอร์เน็ต อีกทั้งการประชาสัมพันธ์ถึงวันประชามติก็ยังอ่อน รวมถึงด้านเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ จึงทำให้ประชาชนไม่มีความกระตือรือร้นในการที่จะไปใช้สิทธิ์ ส่วนตัวตนคิดว่าการที่กกต. ไม่ได้ให้พรรคการเมืองต่างๆมีส่วนร่วมในการช่วยประชาสัมพันธ์การลงประชามติ ก็อาจมีผลทำให้ประชาชนไม่มีการรับรู้ได้น้อย


