วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปธ.กกต.ย้ำม.61 ไม่กระทบประชามติ

"ศุภชัย" ปธ.กกต. ไม่กังวลศาลรธน.วินิจฉัย ปม 61 วรรคสองบ่ายนี้ ย้ำไม่กระทบประชามติ เมินเยี่ยมกลุ่มนศ. ประชาธิปไตยใหม่ อ้างไม่ใช่หน้าที่

เมื่อเวลา 09.40 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประชามติ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ว่า ภาพรวมของการดำเนินการนับว่าดีมาก โดยคณะกรรมการออกเสียงประจำเขตออกเสียง (กอส.เขต) ที่กกต.ตั้งขึ้นส่วนใหญ่เป็นอดีตกกต.จังหวัดและอดีตผู้บริหารของกกต.จังหวัด ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นอย่างดี จึงคิดว่าการทำประชามติครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนกรณีที่ผลสำรวจของหาดใหญ่โพลล์ระบุว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 98 ไม่ทราบว่าวันที่ 7 ส.ค.59 คือ วันลงประชามติ ทางกกต.ไม่กังวล เนื่องจากขณะนี้มีการเร่งประชาสัมพันธ์การทำประชามติอย่างเต็มที่ ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวสำรวจประชาชนเพียงไม่กี่คน ดังนั้น จะมาสรุปว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้วันลงประชามติไม่ได้ เท่าที่ตนลงพื้นที่ไปตรวจเยียมความพร้อมในการทำประชามติตามจังหวัดต่าง ๆ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ทราบว่าวันที่ 7 ส.ค.เป็นวันลงประชามติ โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคใต้                       

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัย มาตรา 61 วรรคสองของพ.ร.บ.ประชามติ ขัดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว หรือไม่ ในวันนี้(29มิ.ย.) ว่า กกต.ไม่มีความกังวล เพราะการออกเสียงประชามติจะดำเนินการต่อไป และมีการลงคะแนนในวันที่ 7 ส.ค.แน่นอน แต่หากศาลวินิจฉัยว่า มาตรา 61 วรรคสองขัดรัฐธรรมนูญก็จะมีผลแค่วรรคดังกล่าวเท่านั้นและยังมีกฎหมายอื่น ๆ ใช้บังคับอยู่ ส่วนการเคลื่อนไวของกลุ่มต่าง ๆ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ขอยืนยันว่าสามารถทำได้ หากไม่ขัดพ.ร.บ.ประชามติ ส่วนกรณีที่กลุ่มประชาธิปไตยใหม่เชิญกกต.ทั้ง 5 คน ไปเยี่ยมกลุ่มนักศึกษาที่ถูกคุมขังที่เรื่อจำพิเศษกรุงเทพนั้น กกต.คงไม่ไปตามคำเชิญ เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ เพราะกกต.มีหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การทำประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม เท่านั้น                                              

นายพีระพงษ์ ไพรินทร์ ผู้ตรวจการกกต.ในฐานะประธานกรรมการจัดจ้าง กล่าวว่า การจัดประกวดราคาโดยวิธีพิเศษ โครงการผลิตสื่อและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การจัดจ้างผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ ภายในวงเงิน 5.9 ล้านบาท และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สื่อดังกล่าว ภายในวงเงิน 24.7 ล้านบาท ซึ่งบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคาดังกล่าว โดยเป็นบริษัทที่ตรงวัตถุประสงค์ที่กกต. ต้องการ ทั้งทางด้านเทคนิคและด้านราคา ซึ่งบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด ถูกคัดเลือกมาจาก 6 บริษัท ที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามา กกต.สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ทุกคำถาม ยืนยันว่าสิ่งที่ กกต.ทำไปนั้น ได้ทั้งเนื้องานและราคาที่ต่ำประหยัดงบประมาณถึง 2.1 ล้านบาท                               

นายพีระพงษ์ กล่าวอีกว่า ปกติแล้วกกต.ไม่เคยทำเกี่ยวกับการประกวดราคาโดยวิธีพิเศษ ในจำนวนเงินที่มากขนาดนี้ แต่ในขอบเขตอำนาจของระเบียบ และเหตุผลที่จะต้องดำเนินการประกวดราคา โดยวิธีพิเศษ ก็คือ ต้องการเร่งรัดเอาผู้เสนอราคามาดำเนินการให้ทันระยะเวลา ซึ่งเนื้อหาในการเสนอก็ต้องตรงกับคอนเซ็ปของ กกต.ด้วย โดยในส่วนนี้ กกต.เองก็มีความกังวลว่าจะออกมาแบบดีที่สุดและราคาถูกที่สุดหรือไม่ แต่ปรากฎว่าบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด เป็นบริษัทที่ กกต.ต้องการที่สุด เราประหยัดงบ  โดยเสนอราคาอยู่ที่ 28.5 ล้านบาท ถือว่าเป็นการเสนอราคาที่ถูกที่สุดแล้ว เป็นการรักษาผลประโยชน์ของราชการแล้ว หากถามว่าทำไม กกต.ไม่ดำเนินการเอง เนื่องจากคณะกรรมการ กกต.อนุมัติงบประมาณมาแล้ว ในส่วนที่ กกต.ทำได้ก็ดำเนินการอยู่ แต่บางส่วนศักยภาพของ กกต.ไม่เพียงพอ เช่น สปอร์ตโทรทัศน์และวิทยุกกต.ไม่มีเครื่องมือและเครือข่ายมากพอที่จะไปทำเอง จึงจำเป็นต้องให้ต้องหาผู้ที่มีวิชาชีพมาช่วยงาน กกต.ในส่วนนี้                       

“กกต.สามารถตอบทุกคำถามเลยว่าผลกำไรที่รัฐได้รับนั้น ได้ทั้งเนื้องานและราคาที่ต่ำเกินคุ้ม นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่กกต.จัดโครงการประกวดราคา โดยวิธีพิเศษขึ้นมา และขอย้ำว่าทำไม กกต.ทำไม่ได้ คือระยะเวลารวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือในการดำเนินการไม่เพียงพอ ถ้ากกต.ทำเองก็ไปจ้างคนอื่นอยู่ดี”นายพีระพงษ์ กล่าว                  

นายพีระพงษ์ กล่าวต่อว่า  การดำเนินการดังกล่าวเป็นการลงทุนในภาพกว้างของประเทศ ส่วนภาพแคบลงมา กกต.ก็ดำเนินการอยู่ โดยการเชิญชวนและรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ การที่เอาสื่อมาช่วยในส่วนนี้ เพราะอยากจะให้ช่วยกระจายในหลาย ๆ ด้านเพื่อให้คลุมทั่วประเทศ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ วันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา