"พล.อ.ไพบูลย์" ยัน คำสั่งหัวหน้า คสช.โยก "อัยการนาทวี" ไม่ผิดพลาด มีหลักฐาน พร้อมเปิดทางลับ ข้องใจขอให้ชี้แจงมา
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงกรณีพนักงานอัยการ ไม่พอใจคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 33/2559 ที่ให้นายวาทิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี และนายมาโนช รัมมะสินธุ์ รองอัยการจังหวัดนาทวี ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิดของทหารในพื้นที่ที่รายงานข้อมูลต่อผู้บังคับบัญชาผิดพลาดว่า ในคำสั่งหัวหน้าคสช.ให้ชี้แจงภายใน30วัน เหมือนกับข้าราชการคนอื่น จากนี้จึงขอให้ชี้แจงมา ตนจะนำผู้ตรวจสอบและผู้ที่มีรายชื่อมาพบกัน จะถามว่าหลักฐานครบถ้วนหรือไม่ ก่อนจะรายงานต่อนายกรัฐมนตรี
“ผมได้สอบถามหน่วยที่ตรวจสอบแล้วเขายืนยันว่าไม่ได้ผิดพลาด มีเหตุผล และจะเห็นว่าบัญชีของศอตช.ครั้งที่ผ่านมาเราพยายามหลีกเลี่ยงพูดในรายละเอียด เพราะคดีต้องยุติที่ศาล ส่วนรัฐบาลเป็นมาตรการทางวินัยและปกครอง ถ้าไปพูดถึงรายละเอียดต่อสังคมจะเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติผู้ที่มีรายชื่อ เดี๋ยวจะกลายเป็นการไปปรักปรำ จึงพยายามไม่ลงรายละเอียดในคำสั่งจนมากเกินไป ให้เป็นเรื่องของผู้ตรวจสอบกับต้นสังกัดมาคุยกัน ซึ่งไม่ใช่ในพื้นที่สื่อ แต่ยืนยันว่าหลักฐานเขามี เราดูแล้ว” พล.อ.ไพบูลย์
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้ควรเคลียร์กับสังคมโดยเร็วหรือไม่ เพราะคนที่โดนย้ายเหมือนถูกดิสเครดิต พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่เคลียร์ ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ ไม่เช่นนั้นศอตช.จะต้องเคลียร์บัญชีก่อนหน้านี้ไปหมด เมื่อถามว่า เคลียร์ในทีนี้หมายถึงพิสูจน์ว่าผิดหรือไม่ผิด พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า วิธีการทำงานของศอตช.ผู้ที่มีรายชื่อ หน่วยต้นสังกัด ต้องไปดำเนินการมา และถ้าเร่งด่วนตนจะเชิญหน่วยตรวจสอบกับต้นสังกัดและผู้มีรายชื่อมาชี้แจง ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ต้องเปิดทางลับ ไม่ควรเปิดต่อหน้าสื่อ ดังนั้น ตนจะไม่เคลียร์อะไรทั้งสิ้น ถ้าเคลียร์บัญชีนี้ต้องกลับไปเคลียร์บัญชีอื่นอีก และบทเรียนจากบัญชีก่อนหลายคนไม่ได้มาเคลียร์กับตน เพราะพอเห็นหลักฐานก็ชัดแจ้ง
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตนได้คุยกับร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อสส.ไว้บ้างแล้วว่า ถ้ามีอะไรขอความกรุณาสอบสวนชั้นต้นและมาพบตน จะได้เข้าใจ เพราะตนไม่สามารถให้รายละเอียดกับสื่อได้ จะกลายเป็นประเด็นขัดแย้งขึ้นมา อย่างไรก็ตาม บัญชีล่าสุด มันกึ่งๆไม่ใช่เรื่องทุจริตโดยตรง เป็นเรื่องปฏิบัติหน้าที่ ความไม่เรียบร้อย ที่มันมีประเด็นอยู่

