วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิด ม.44 ยาสามัญประจำบ้าน ปีนี้สั่งแล้ว32ฉบับ

เปิดมาตรา 44 ยาสามัญประจำบ้าน อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของหัวหน้า คสช.

อำนาจตาม มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ให้แก่หัวหน้า คสช. นั้นถือเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อยู่เหนือสิ่งใด เพราะสามารถออกคำสั่งใดก็ได้โดยให้ถือว่าถูกต้องตามดฎหมาย แปลง่ายๆว่าไม่ต้องมีการตรวจสอบหรือรับผิดใดๆ ทั้งสิ้น

อำนาจเช่นนี้เอง หลายคนหวาดหวั่นว่าจะเป็นอำนาจที่ใช้อย่างไม่ถูกต้องชอบธรรม และจะถูกนำมาจัดการกับเรื่องใหญ่ แต่ปรากฏว่าทีผ่านมาหัวหน้า คสช. มีการประกาศคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรานี้เป็นจำนวนมาก เฉพาะปีนี้ยังไม่หมดครึ่งปีแรกมีการออกคำสั่งมาแล้ว 32 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาในหลายเรื่อง

เราได้รวบรวมทั้งหมดมาให้เห็นภาพและรายละเอียดว่าคำสั่งที่ออกมานั้นมีอะไรและเพื่ออะไร

คสช. ฉบับที่ 1/2559 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 3 เป็นการให้ผู้มีรายชื่อที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือถูกระบุว่าต้องปรับปรถุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานอันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบรูป ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ และในจำนวนนี้กลุ่มที่เป็นกรรมการกองทุนสนับสนุนารสร้างเสริมสุขภาพอยู่ด้วยจำนวน 7 ราย และหนึ่งในนั้นคือ น.พ.วิชัย โชควิวัฒน์ รองประธานฯคนที่สอง

ฉบับที่ 2/2559 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยให้ดำเนินการสรรหากรรมการกองทุน สสส. แทนผู้ที่ถูกปลอดจากคำสั่งฉบับที่ 1/2559

ฉบับที่ 3/2559 เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และกฎหมายการควบคุมอาคารในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมีเนื้อหาให้ยกเว้นการใช้กฎหมายสองฉบับคือ กฎหมายผังเมือง และกฎหมายควบคุมอาคาร ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษประกอบด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก และ เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการทำได้อย่างรวดเร็ว

ฉบับที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นการบังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท โดยมีเนื้อหาให้ยกเว้นการบังคับใช้กฎกระทรวงให้บังคับใช้ผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองที่มีผลบังคับใช้อยู่หรือที่จะบังคับใช้ใน 1 ปี สำหรับการประกอบกิจการคลังน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงและการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 88 ตามกฎกระทรวง (2535) เพื่อเป็นการปลดล็อกโซลาร์ฟาร์ม

ฉบับที่ 5/2559 เรื่องมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ โดยให้มีการออกแบบประเมินประสิทธิภาพข้าราชการใหม่ และให้มีการเปิดอัตรากำลังเป็นกรณีพิเศษในสำนักงาน กพ. 50 อัตรา โดยเป็นตำแหน่งระดับสูงเพื่อรองรับการโยกย้ายข้าราชการออกจากตำแหน่งระหว่างถูกตรวจสอบว

ฉบับที่ 6/2559 เรื่อง การคัดเลือกหรือแต่งตั้งตำรวจ โดยกำหนดให้ประกาศแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจของ คสช. ตั้งแต่ 22 พ.ค. 2557 ชอบด้วยกฎหมาย

ฉบับที่ 7/2559 การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจในการสอบสวน เป็นการยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน ที่มีมาตั้งแต่ปี 2547

ฉบับที่ 8/2559 เรื่องการบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน โดยให้โอนอำนาจหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในส่วนที่เกี่ยวกับอาชีวศึกษาไปเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารงาอาชีวศึกษา เพื่อหวังปรับปรุงและดึงนักเรียนให้หันมาเรียนอาชีวะมากขึ้น

.คำสั่งที่ 9/2559 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นการยกเว้นการทำ รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างทีดำเนินการคัดเลือกผู้ดำเนินโครงการ เพื่อให้โครงการของรัฐดำเนินการไปได้ก่อนโดยไม่ต้องรอการทำ EIA

ฉบับที่ 10/2559 เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และ ฉบับที่ 11/2559 เรื่องการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค โดยให้รื้อระบบบริหารในกระทรวงศึกษาธิการ ยุบเลิกเขตการศึกษาพื้นที่ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและสลายขุมอำนาจในกระทรวงศึกษาธิการ

ฉบับที่ 12/2559 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง โดยเป็นการแต่งตั้งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าฯ

ฉบับที่ 13/2559 เรื่องการปราบปรามการกระทำผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยกำหนดให้ทหารเป็นเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม มีหน้าที่นการออกคำสังเรียกบุคคลมารายงานตัว เข้าร่วมการสืบสวนสอบสวน ตรวจค้น ยึดอายัดทรัพย์ ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และกฎหมายที่ระบุแนบท้าย 27 ฉบับ ทำให้ทหารมีอำนาจเช่นเดียวกับตำรวจ

ฉบับที่ 14/2559 เรื่องคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งเป็นการปรับปรุงการทำงานของ กอ.รมน. ในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ฉบับที่ 15/2559 เรื่องการผ่อนผันให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาวและกัมพูชา เรื่องการเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2559 โดยเป็นการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทั้งสามประเทศกลับบ้านไปร่วมเทศกาลสงกรานต์ได้ โดยงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมในช่วงเวลาดังกล่าว

ฉบับที่ 16/2559 เรื่องการประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม เพื่อแก้ปัญหาการละทิ้งใบอนุญาต 4 G ก่อนหน้านี้ โดยให้นำคลื่นดังกล่าวมาประมูลใหม่ได้

ฉบับที่ 17/2559 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง โดยย้ายอธิบดีกรมประง และแต่งตั้งรองอธิบดีฯให้เป็นอธิบดีแทน

ฉบับที่ 18/2559 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558 เพื่อแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย

ฉบับที่ 19/2559 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2558 เพื่อแก้ปัญหามาตรฐานการบิน

ฉบับที่ 20/2559 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง โดยให้ข้าราชการที่เคยถูกตรวจสอบบางตำแหน่ง ย้ายมาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและให้แต่งตั้งผู้ไปดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งเป็นตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย

ฉบับที่ 21/2559 เรื่องการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่44/2558

ฉบับที่ 22/2559 เรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น โดยให้มีการสรรหาสมาชิกสภาท้องถิ่นแทนการเลือกตั้ง

ฉบับที่ 23/2559 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เป็นการปลด ผอ.สมศออกจากตำแหน่ง แก้ไขปัญหาภายใน สมศ.เอง

ฉบับที่ 24/2559 เรื่องการแต่งตังข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง เป็นการแต่งตั้ง พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล เป็นเลขาธิการ ป.ป.ง. หลังจากตำแหน่งว่างลงแต่ไม่สามารถสรรหาได้

ฉบับที่ 25/2559 เรื่อง ยกเลิกการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เเป็นการปลอดล็อการห้ามนักการเมืองเดินทางออกนอกประเทศที่เคยประกาศเมื่อมีการรัฐประหาร เพ่อเป็นการเปิดบรรยากาศแห่งความปรองดอง

ฉบับที่ 26/2559 เรื่องการจัดหาที่ดินเพื่อใช้ในการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย แก้เพื่อปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ เพื่อจัดตั้งปทุมธานีโมเดล โดยจัดหาที่อยู่อาศัยให้ผู้ที่เคยบุกรุกลำน้ำสาธารณะ

ฉบับที่ 27/2559 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลัง โดยเป็นการห้ามจุดพลุหรือบั้งไฟฯ หากไม่ได้รับอนุญาตจาก ผอ.เขตหรือนายอำเภอ ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ฉบับที่ 28/2559 เรื่อง ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ดดยกหนดให้เรียนฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 หรือ จนจบ ปวช. 3

ฉบับที่ 29/2559 เรื่อง เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาล การยกฐานะเป็นเทศบาล
หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะของเทศบาล เป็นการอุดช่องว่างกรณีที่มีการยกระดับ อบต. เป็นเทศบาลตำบล และไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลก็ให้มีการสรรหาตามประกาศ คสช.ที่ 85/2557

ฉบับที่ 30/2559 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา โดยกำหนดให้สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุหรือผู้เตรียมการก่อเหตุ หรือสามารถเรียกเงินประกันจากผู้ปกครองเพื่อไม่ให้ก่อเหตุได้ และหากมีการก่อเหตุซ้ำก็สามารถริบเงินประกันเป็นของกองทุนคุ้มครองงเด็ก และผู้ใดยุยงส่งเสริก็มีความผิด จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท แต่หากการก่อเหตุมีการทำร้ายร่างการผู้ยุยงต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน แต่หากมีผู้เสียชีวิต ต้อระวางโทจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ฉบับที่ 31/2559 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ เพื่อแก้ไขปัญหาตัดไม้ทำลายป่า

ฉบับที่ 32/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติด เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือไปใช้ผลิตยาเสพติด โดยให้อำนาจ รมว.ยุติธรรมประกาศมาตรการเพื่อป้องกันการลักลอยนำเข้าสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือไปใช้ผลิตยาเสพติด ให้อำนาจเลขาธิการ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และเจ้าพนักงานตมกฎหมาย สามารถเข้าไปในที่ผลิต หรือเก็บสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือไปใช้ผลิตยาเสพติด ให้อำนาจตรวจค้น กัก ยึด เรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ

จะเห็นได้ว่าหลังๆมานั้น สิ่งที่นำมาใช้มักถูกวิจารณ์ว่า เป็นสิ่งที่ไม่สมราคากับอำนาจเบ็ดเสร็จ เพราะเป็นการนำมาแก้ปัญหาเล็กๆน้อย และแก้ไขเพียงเล็กน้อย

“ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้า คสช. เอง ยังเปรยในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าทำไมต้องมาออกกกฎหมายในเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ไม่ออกก็ไม่ได้

หรือสุดท้ายแล้ว ม.44 ก็กลายสภาพจากยาแรง เป็นเพียงยาสามัญประจำบ้าน และที่น่าห่วงคือ ในอนาคตยาที่ว่านี้อาจรักษาได้่แต่โรคเล็กๆน้อย เพราะยาอะไรที่ใช้บ่อยๆ เชื้อก็ดื้อยาเอาง่ายๆเหมือนกัน