วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

นายกฯมั่นใจ 'อู่ตะเภา' พัฒนาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่3

นายกฯมั่นใจ 'อู่ตะเภา' พัฒนาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่3

"พล.อ.ประยุทธ์" มั่นใจ "สนามบินอู่ตะเภา" พัฒนาสู่เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่3 ทดลองใช้ในเดือนส.ค.นี้

ที่กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง ที่กำลังถูกพัฒนาให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่3 ของประเทศ และเป็นจุดเชื่อมโยงทางคมนาคมสำคัญในแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกว่า ประเทศจำเป็นต้องเตรียมการเศรษฐกิจโลกในอนาคตต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทุกมิติ ขณะที่เราเป็นประเทศมีข้อจำกัดพัฒนาประเทศมีความล่าช้า และต้องดุแลภาคการเกษตรรัฐสวัสดิการ ทำให้ไม่สามารถลงทุนอะไรใหม่ๆ ทั้งนี้ ความแน่ชัดของรัฐบาลคือ การพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศให้มีการปรับปรุงการทำงานใหม่ โดยใช้ประโยชน์พื้นที่ที่มีศักยภาพให้เกิดประโยชน์เต็มที่ 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับสนามบินอู่ตะเภา จำเป็นต้องทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่หมื่นกว่าไร่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามนโยบายที่ต้องป็นพื้นที่ที่ดูแล ทั้งด้านความมั่นคงและพัฒนาเศรษฐกิจ ควบคู่ไปด้วยกันซึ่งข้อสรุปที่ถือเป็นข้อยุติจำเป็นต้องไปวางแผนกันอีกครั้ง เพื่อนำไปสู่งบประมาณการออกแบบโครงการทั้งหมดนี้คือ แผนการเดินหน้าประเทศสร้างแรงจูงใจการลงทุนจากต่างชาติ  

"เราจำเป็นต้องพัฒนาประเทศไปพร้อมกันทั้งเกษตรอุตสาหกรรม โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมฉะนั้นสิ่งที่พิจารณาตรงนี้เร่งรัดให้ดำเนินการในปี2559 ซึ่งจังหวัดระยองถือเป็นจังหวัดที่มีจีดีพีสูงสุดในประเทศไทยเป็นอันดับที่หนึ่ง เพราะมีอุตสาหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวผสมผสานอยู่ในจังหวัดเดียว ซึ่งสามารถพัฒนาคมนาคมทางอากาศเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบิน ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพรับคนจากแปดแสนคนต่อปี เป็นสามล้านคนต่อปี (รวมสามสนามบิน) สร้างความเชื่อมโยงทั้งทางบกเรือ และอากาศ โดยจะต้องให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ มาดูความเรียบร้อยด้วย ซึ่งระยะแรกของโครงการเดินหน้าไปแล้วต่อไปต้องปรับปรุงถนนแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัดรัฐบาลจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้ ก่อนที่จะพัฒนาโครงการต่อไป"นายกรัฐมนตรีกล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์​กล่าวว่า ในส่วนของการขนส่งทางรางนั้น ได้มีการวางแผนเรื่องรถไฟโดยจะต้องปรับปรุงให้ทันสมัย โดยใช้รางรถไฟเดิมก่อนพัฒนาเป็นรถไฟรางคู่หรือรถไฟความเร็วสูงที่ต้องวางแผนรองรับส่วนการลงทุนร่วมแบบพีพีพีนั้น ให้คำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สองข้างทางรถไฟที่เตรียมเสนอให้ สนช.พิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินจากสองข้างทางที่รางรถไฟวิ่งผ่าน สำหรับการเชื่อมโยงสามสนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกในการระบายผู้โดยสารนั้น อาจต้องมีการขยายต่อแอร์พอร์ตเรียลลิงค์เพื่อแบ่งเบาภาระสนามบินอื่นๆ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในด้านการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกเสม็ดต้องวางแผนเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่อื่น เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง การใช้เรือเฟอร์รี่ข้ามไปหัวหิน และท่องเที่ยวตามชายฝั่งไปถึงภาคใต้ ซึ่งก็จะสามารถลดระยะเวลาการเดินทางโดยรถยนต์ จากกทม.ถึงภาคใต้ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระการจราจรทางถนนด้วย ซึ่งทั้งหมดมอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นผู้ดูแลในภาพรวม ส่วนเรื่องของอุตสาหกรรมที่มีการนิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้วนั้น อาจมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่เชื่อมโยงไปถึงที่เก่าส่วนประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบการบุกรุกพื้นที่ จะต้องมีการแก้ปัญหาให้ก่อน เช่น ทำตลาดค้าขายสร้างที่อยู่อาศัยตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ด้วย ในเรื่องของศูนย์อากาศยานการพัฒนานั้นคงไม่ซ่อมเฉพาะแค่เครื่องบินไทยอย่างเดียว ต้องเพิ่มขีดความสามารถ ให้สามารถซ่อมสายการบินอื่นได้ จุดนี้ จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับการบินไทยได้จำนวนมากต้องมีการขยายงานให้มากขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือกับต่างประเทศ 

“รัฐบาลจะฝากเรื่องนี้ไว้ เป็นผลงานไม่ได้กลัวอะไรทั้งสิ้น แต่ต้องการทำให้ประเทศมีโอกาสทัดเทียมกับชาติอื่นอุตสาหกรรมใหม่ และต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม ทั้งต้องเชื่อมโยงเอสเอ็มอี ประชารัฐ ต้องคิดภาพรวมแบบนี้ประเทศไทยอาจจะช้าไป แต่ต้องเปิดใจให้กว้างยอมรับให้มุมมองแห่งความแตกต่างบ้างประเทศท้อถอยหมดกำลังทุกวัน ภาระของรัฐมีมากขึ้นทุกวัน ตั้งแต่รัฐสวัสดิการ เบี้ยคนชรา รถไฟ ฟรีรถเมล์ฟรี จำเป็นต้องหาแนวทางพัฒนาศักยภาพของประเทศ ผมไม่ได้มองเล็กๆ การทำให้ประเทศมั่นคงไม่ได้มองจิ๊บๆ ทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้ทำให้งานใหญ่เดินไม่ได้ ต้องดูว่า จะร่วมมือกันได้มากน้อยแค่ไหน ตรงนี้ ถือเป็นการเปิดตัว เพื่อสร้างแรงจุงใจทำให้ประชาชนคนไทย มีความสุขขึ้น ซึ่งคุยกันไปถึงภาคอื่นด้วยแล้วว่า จะพัฒนาศักยภาพของประเทศอย่างไร ขอร้องอย่าสร้างความขัดแย้งกันอีกเลย แยกกันให้ออกแล้วกัน ไม่สามารถบังคับใครได้ทั้งหมด ก็บังคับใช้กฎหมายเท่าที่มี” พล.อ.ประยุทธ์​กล่าว     

พล.อ.ประยุทธ์​กล่าวยืนยันอีกครั้งว่า การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภานี้ จะเริ่มดำเนินการทดลองใช้ในเดือนส.ค.นี้ และภายในสิ้นปี จะสามารถเปิดใช้อย่างเป็นทางการได้ ซึ่งจะเป็นในลักษณะของการสร้างไปหาเงินไป โดยใช้กฎหมายใช้ประโยชน์จากสองข้างทางรถไฟใช้แอร์พอร์ตลิงค์รถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อถึงสนามบิน       

"ถ้าไว้วางใจผมสักอย่าง ก็พอคุยกันรู้เรื่อง ถ้าไม่ไว้วางใจกัน ก็จบทุกอย่าง ผมก็ทำเพื่อประเทศชาติขอร้องว่า ให้ช่วยพูดสิ่งดีๆ ที่รัฐบาลทำอยู่บ้าง ถ้าเสนอแต่ความขัดแย้งสิ่งดีๆ ก็ไม่เกิดแล้วเมื่อไหร่ จะเกิดหลายอย่างมันยาวนานเกินไปแล้ว รัฐบาลนี้ก็มาจับให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ก็ต้องวางแผนให้เกิดความชัดเจน โดยจะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้า ก่อนจะเริ่มต้นก่อสร้างในลักษณะของการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (Public-Private Partnership ) หรือพีพีพีต่อไป