วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเตรียมเปิดเดินเรือ 'คลองผดุงกรุงเกษม'

นายกรัฐมนตรี เตรียมเปิดการเดินเรือ "คลองผดุงกรุงเกษม" หวังสร้างสัญลักษณ์ - แก้ปัญหาจราจร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า อีก 1 เรื่องที่ผมอยากให้เกิดขึ้นให้ได้คือ การใช้เรือโดยสารในเส้นทางสัญจรทางน้ำเพิ่มเติม ผมทราบอยู่แล้วว่า มีการใช้อยู่แล้ว มีการเพิ่มเติมขึ้น ตามคลองต่างๆ แต่เส้นทาง คลองผดุงกรุงเกษมนั้น ผมต้องการให้เป็นสัญลักษณ์ เพื่อจะเป็นจุดเริ่มต้น เป็นแรงบันดาลใจ ไม่ได้มุ่งหวังให้ไปกระทบเรื่องอื่นๆ หากเราไม่คิด ไม่ทำ ไม่เริ่ม ก็จะติดกับดักตัวเอง ปัญหาเดิมๆ ติดขัดเรื่องน้ำเสีย ติดขัดเรื่องเปิดปิดประตูระบายน้ำ ก็วิ่งได้ตรงไหนก็วิ่งไป วันนี้ก็หลายเส้นทางที่มีการใช้เรือ แต่น้ำก็ยังไม่สะอาดเท่าที่ควร วันนี้เราก็ต้องทำให้ได้ จะเล็กจะน้อย จะใหญ่จะเล็ก เรือนะครับ ผมว่าไม่สำคัญ สำคัญให้วิ่งได้แล้วกัน ประชาชนที่สนใจสามารถใช้เรือในการสัญจรไปมาได้

โดยเฉพาะอยู่ในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการท่องเที่ยว เพื่อจะชม 2 ข้างทาง บ้านเมืองเราสวยงาม แล้วน้ำที่ว่าก็ไม่ได้สกปรกมากนัก ก็ยังดูดีอยู่ ยังสะอาดอยู่กว่าคลองอื่นๆ หลายคลอง เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องของการเปิด – ปิดประตูระบายน้ำ ปัญหาของการติดสะพาน ระดับน้ำอะไรต่างๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย ที่เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้วิจารณญาณ ในการทำงาน ในการปฏิบัตินะครับ ผมไม่ได้ต้องการไปตำหนิ หรือต่อว่าใครทั้งสิ้น

วันนี้หลายอย่างนะครับ เป็นงานนโยบายเราต้องทดลองปฏิบัติให้ได้ก่อน หากมีปัญหา มีข้อเสียหาย หรือติดขัด ก็แก้ไขถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ยกเลิกไป ก็แค่นั้นเอง เป็นงานนโยบาย หากมัวแต่รอกัน รอกฎหมาย ก็เกิดไม่ได้สักอย่าง ประชาชนก็ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง วันนี้เราเข้ามา 2 ปีครึ่งแล้ว หลายอย่างเราทำมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ปีแรก ใช้เวลาปีครึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เช่นการแก้ไขปัญหาเรื่องการอำนวยความสะดวก การประกอบธุรกิจทั้ง 10 เรื่อง ใช้เวลาทำประมาณปีครึ่ง ก็ทำได้ประมาณ 90% กว่าที่จะสามารถจะไปแข่งขันได้ จะยกระดับ-ลำดับของประเทศเราให้ได้ เพียงเรื่องเดียว ใช้เวลาปีครึ่ง

แล้วยังมีเรื่องที่ต้องแก้ไข ปฎิรูปกันอีกเป็นสิบ เป็นร้อยเรื่อง อะไรที่ทำได้เราก็ต้องทำให้ได้ อะไรติดขัดก็มาบอก ผมก็จะใช้อำนาจที่ผมมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่พยายามไปละเมิดกฎหมายอื่นๆ กฎหมายค้านกันเองทั้งหมดนั่นแหละ ไม่มีการปรับปรุง ไม่มีกฎหมายในเชิงบูรณาการ ไม่มีกฎหมายในเรื่องของการที่จะทำให้เกิดความเข้าใจ และมีการใช้จ่ายงบประมาณร่วมกันในกิจกรรมอันเดียวกัน ตอนนี้กำลังแก้กฎหมายอยู่ เรื่องของ พรบ.การใช้จ่ายงบประมาณ แล้วก็มีกฎหมายเรื่องการบูรณาการการทำงานด้วย

เพราะฉะนั้นเราต้องทำ 2 อย่างไปพร้อมกัน อันดับแรกคือ การปรับโครงสร้าง การวางรากฐานให้แข็งแรง ยั่งยืนด้วยกฎหมาย และการปฏิรูปซึ่งอยู่ใน สนช. ต้องใช้เวลา 3 วาระอีก วันนี้ถ้าเรารออยู่ อันดับสองคือสิ่งที่ประชาชนคาดหวังก็จะไม่เห็นผลในทันที ถ้าเรารออันที่หนึ่งอย่างเดียว เพราะงั้นอะไรก็ตามที่รออยู่แล้วไม่มีปัญหามากนัก เราก็สามารถที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวผมเองได้ และด้วยอำนาจที่ผมมีอยู่ ทั้งนี้ก็ไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบกับใครทั้งสิ้น