"นายกรัฐมนตรี" ระบุระบบ "Any ID" จะช่วยยกระดับการให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมเดินหน้าสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า” ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการภาครัฐเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจไทย โดยรัฐบาลได้ดำเนินการครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งประชารัฐ การค้าการลงทุนจากต่างประเทศ และในประเทศ การแก้ไขกฎระเบียบ BOI การปรับแก้ไขกฎหมาย การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การพาณิชย์ และการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยจะต้องดูแลไปถึงเรื่องการอำนวยความสะดวกในการประกอบการธุรกิจด้วย เรากำลังปรับปรุง 10 เรื่องด้วยกัน
สำหรับความมุ่งมั่นที่จะสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นจะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศในทุกมิติทั้งการยกระดับภาคเกษตรรวมไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม
สำหรับการขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจตามที่ผมกล่าวไปแล้วนั้น เป็นเรื่องสำคัญสำหรับการลงทุนของประเทศเรา ทั้งเอกชน และจากต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ ได้อาศัยพื้นฐานของการของรายงานจาก Doing Business ซึ่งมีผลการจัดอันดับความยาก/ง่าย ในการเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ของธนาคารโลก10 ด้าน ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง ขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ ก็ขอให้รวมกันไปด้วย การจดทะเบียนทรัพย์สิน การได้รับสินเชื่อ การคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อย การชำระภาษี การค้าระหว่างประเทศ การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง และการแก้ไขปัญหาการล้มละลาย
ซึ่งปัจจุบันจะต้องมีการพัฒนา 4 เรื่องด้วยกัน คือ เรื่องขั้นตอน เรื่องระยะเวลา เรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ ใน 3 เรื่องหลัก คือ (1) การให้บริการผ่านศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ทุกเรื่อง ณ ศูนย์บริการ One Stop Services แห่งเดียวกัน ได้มีการเน้นการบูรณาการหน่วยงาน มาครั้งเดียวขออนุญาตได้ทั้งก่อสร้าง น้ำ ไฟ โทรศัพท์ เป็นต้น
(2) การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน มีความสะดวก ลดอุปสรรค รวดเร็วโปร่งใส ในการติดต่อขอรับบริการจากรัฐ
(3) เทคโนโลยีสารสนเทศ แอปพลิเคชั่น ในมือถือต่างๆ มาให้บริการ ตามนโยบาย “Digital Economy” เพื่อลดขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และระยะเวลา ในการให้บริการ การขออนุญาต และการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ
ความมุ่งมั่นและตั้งใจของรัฐบาลในการดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพภาครัฐ อย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุผลหนึ่งในเรื่องของการปฏิรูป ซึ่งตั้งแต่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินนั้น เราจะต้องขับเคลื่อนทุกอย่างให้มีการขยายผล ให้เอื้อต่อการลงทุน จูงใจผู้ประกอบการชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศ และต่างประเทศด้วย คือต่างประเทศก็ทำอยู่เหมือนกัน เราก็จะเหมือนต่างประเทศ สะดวก รวดเร็ว เช่นกัน วันนี้เราต้องแก้ของเราไปด้วย ซึ่งจะมีผลต่อ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการในบ้านเราอีกด้วย ก็ต้องเน้นในเรื่องของการทุจริต คอรัปชั่น ต้องไม่มีอีกต่อไป
ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ ที่เป็นผลจากการขับเคลื่อนประเทศ ตามนโยบาย “Digital Economy” สำคัญอีกประการหนึ่ง ได้แก่ การนำระบบการชำระเงินแบบ “เอนี ไอดี” (Any ID) หรือ ระบบการชำระเงินแบบ “นานานาม” มาใช้สำหรับการโอนจ่ายเงินภาครัฐให้กับประชาชน โดยตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 นี้เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะเปิดให้พี่น้อง ผู้สมัครใจ ลงทะเบียนในระบบ Any ID โดยประชาชนที่จะลงทะเบียน ต้องมีข้อมูลอยู่ 3 อย่าง คือ (1)เลขที่บัตรประชาชน (2) เบอร์โทรศัพท์มือถือ (3) เลขที่บัญชีธนาคาร เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ของรัฐบาล
เพื่อความสะดวกสบายที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ ในเบื้องต้น 2 ประการ คือ
1 การโอนเงินสวัสดิการจากรัฐบาล กรณีประสบภัยพิบัติ ผลผลิตตกต่ำ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรวมทั้งเงินสวัสดิการของข้าราชการ เช่น เงินบำนาญ เบี้ยหวัด เงินบำนาญพิเศษ ผ่านระบบ Any ID ก็จะเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้ลงทะเบียนระบุไว้ จะเป็นการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน มีทางเลือกรับเงินโอนจากรัฐบาลมากขึ้นได้รับเงินจากภาครัฐเร็วขึ้น สำหรับเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากร ก็สามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ลงทะเบียนได้ทันที ไม่ต้องส่งเป็นเช็คขีดคร่อมทางไปรษณีย์ เพราะปัญหาที่ผ่านมา ผู้รับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง บางครั้งก็ระยะทางไกล มารับเงินจำนวนน้อย ก็ไม่อยากมาทำนองนี้ ก็ต้องดำเนินการให้พวกเขาสามารถมีความสะดวกโดยไม่ต้องเดินทาง เราจะเริ่มให้บริการนี้ หลังวันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป
(2) การโอนเงินให้กันของพี่น้องประชาชน โดยใช้เบอร์มือถือแทนเลขที่บัญชีธนาคาร ปัจจุบันเราโอนเงินโดยใช้เลขบัญชี ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม อินเตอร์เน็ต และแอปพลิเคชันไปยังบัญชีต่างธนาคารต่างๆ รวมกันทั้งประเทศกว่า 76 ล้านบัญชี ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ครั้งละ 25-35 บาท แต่ระบบ Any ID ใช้แค่เบอร์มือถือ สามารถโอนเงินให้กันได้ ไม่ต้องจำเลขบัญชี ค่าธรรมเนียมถูกกว่า เมื่อเทียบกับการโอนเงินแบบเดิม ทั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น





