เก็น นาคาทานิ รมว.กลาโหม-ความมั่นคงญี่ปุ่น เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ เสริมสร้างความร่วมมือ-ความสัมพันธ์ทางทหารความมั่นคงสองปท.
นายเก็น นาคาทานิ (H.E. Mr. Gen Nakatani) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกำกับดูแลด้านกฎหมายความมั่นคงญี่ปุ่น เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
โดยภายหลังการหารือเสร็จสิ้น พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น โดยหวังว่า การพบหารือกันในวันนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างกันต่อไป
ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นแน่นแฟ้นในทุกมิติที่ใกล้ชิด ทั้งในระดับราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน โดยปีหน้าจะเป็นปีแห่งการครบ 130 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับญี่ปุ่น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทั้งสองประเทศจะมีความสัมพันธ์ที่ดีและใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง
โอกาสนี้ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ส่งสารแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกาะคิวชู เมื่อเดือนเมษายน พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีในงาน Shangri-La Dialogue ที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันถึงหลัก 3 M คือ Mutual Trust, Mutual Respect and Mutual Benefit ซึ่งญี่ปุ่นเห็นพ้องกับสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีทุกประการ
รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ได้กล่าวถึงสถานการณ์ทะเลจีนใต้ โดยแสดงความชื่นชมไทยในบทบาทผู้ประสานงานอาเซียน เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสันติเป็นสิ่งสำคัญ ในด้านการทหาร ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการทหารระหว่างไทย-ญี่ปุ่นมีความใกล้ชิดและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและกำลังพลในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการฝึกร่วม/ผสม อาทิ การฝึกคอบร้าโกลด์
โดยรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น เห็นว่าการผ่านกฎหมายทางด้านสันติภาพและความมั่นคงของญี่ปุ่น (Japan’s Legislation for Peace and Security) ทำให้ญี่ปุ่นสามารถสนับสนุนการฝึกคอบร้า โกลด์ได้มากยิ่งขึ้น
นายกรัฐมนตรี แสดงความชื่นชมญี่ปุ่นที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งสามารถช่วยเหลือไทยให้มีการพัฒนาในด้านดังกล่าว สำหรับในด้านการค้า การลงทุนพร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย มีบริษัทญี่ปุ่นลงทุนในไทยจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลพร้อมดูแลนักธุรกิจญี่ปุ่นให้ดีที่สุด
สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค นายกรัฐมนตรีเห็นว่าความท้าทายในภูมิภาค คือการรักษาความมั่นคง จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้งและไม่มีการใช้กำลัง โดยใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังว่าทุกประเทศจะเห็นพ้องในแนวทางดังกล่าว
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถวายพระพรแด่สมเด็จพระจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น และฝากความระลึกถึงไปยังนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ซึ่ง รมว.กห. ได้กล่าวถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถด้วย





