"วิลาศ" แนะรัฐบาลใช้ม.44 ตัด ม.61 วรรค 2 กฎหมายประชามติ แนะเปิดกว้างให้ประชาชนวิจารณ์ร่างรธน.
นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ที่ผ่านมาตนพยายามไม่แสดงความเห็นมาโดยตลอด เพราะบางคนมักชี้ว่านักการเมืองพูดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ทั้งๆที่ตนไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำประชามติครั้งนี้ เนื่องจากขัดหลักการการทำประชามติทั่วไป เวลาที่ลงพื้นที่ก็มักได้ยินประชาชนพูดว่าถ้ารัฐธรรมนูญดีทำไมไม่เปิดให้มีการวิจารณ์ แม้แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมทั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ออกมาระบุบอกว่าวิจารณ็ได้ แต่ต้องระวังตัว และก็ไม่ชี้ชัดว่าอย่างไรเรียกว่าปลุกระดม เช่น การใส่เสื้อบอกว่าใส่ได้ แต่อย่าใส่บ่อยเพราะจะเข้าข่ายปลุกระดม ในขณะที่นายมีชัยก็ชี้แจงแต่ข้อดี สรุปคืออย่าทำเลยดีกว่า
นายวิลาศ ยังได้กล่าวถึงถึงมติครม.วันที่ 3 พ.ค. เกี่ยวกับความจำเป็นในการตราพระราชบัญญัติ ในข้อ 10 ระบุว่า ต้องรับฟังความเห็น เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ได้รับผลกระทบแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างกฎหมาย ความคิดเห็นที่ได้รับเป็นอย่างไร อีกทั้งในมาตรา 77 วรรคแรกในร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่ารัฐพึงดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายได้โดยสะดวกและเข้าใจกฎหมายได้ง่าย หมายความว่า กฎหมายที่จะออกมาต้องให้ประชาชนเข้าใจก่อน ซึ่งเห็นได้ว่ากระบวนการทำประชามติครั้งนี้ขัดทั้งมติครม.ของรัฐบาล และเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญด้วย ส่วนตัวเห็นว่าหากห้ามวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ สุดท้ายอาจจะต้องเริ่มร่างกันใหม่ ซึ่งแก้ไขก็ลำบากอาจถึงขั้นต้องฉีกทิ้ง จึงอยากให้เปิดโอกาสให้มีการวิจารณ์เพื่อให้การทำประชามติได้รับการยอมรับ ยิ่งห้ามก็ยิ่งมีการทำใต้ดินมั่วไปหมด ผลที่สุดจะทำให้เกิดปัญหามากกว่า
“ ผมมีข้อเสนอว่า รัฐบาล และ คสช. ว่าถึงเวลาแล้ว หากสถานการณ์ประเทศก็ดีขึ้นตามที่ท่านแถลงได้แถลง และปลดล็อคคำสั่ง คสช. ห้ามบุคคลบินต่างประเทศได้ เพื่อความคล่องตัวใช้ ม.44 อีกสักเรื่อง ให้ตัดมาตรา 61 วรรค 2 เลย รวมถึงคำสั่งอื่นที่เป็นอุปสรรคก็ถือโแกาสรวบยอดไปด้วยเลย ส่วนตัวไม่ได้สนับสุนมาตรานี้ แต่เพื่อความเร่งด่วนในการเปิดให้กว้าง ให้ประชาชนเข้าถึงสาระของร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ทั้งนี้อยากให้ กกต. ที่ไปดูงานการทำประชามติที่อังกฤษ ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนบ้านเขาออกความเห็นอย่างกว้างขวาง ควรนำเรื่องนี้มาใช้ที่บ้านเราบ้าง” นายวิลาศกล่าว
ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายมาตรา 61 วรรค 2 ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลงประชามติ หากเป็นมาตราที่จำกัดสิทธิประชาชนในการวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ทำให้กฎหมายเสียทั้งฉบับ จึงไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะเลื่อนการทำประชามติออกไป ทั้งนี้การทำประชามติครั้งนี้ผิดจากครั้งก่อนๆ มีที่ไหนห้ามไม่ให้จัดเวทีอภิปรายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ให้มีเวทีที่คสช.ควบคุมได้เท่านั้น อีกทั้งยังมีการชี้นำของฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนเห็นด้วย กับคสช.และกรธ.โดยพูดเฉพาะส่วนดีไม่พูดถึงข้อเสียที่แฝงอยู่ ดังนั้นเวลาที่เหลือ 63 วันนับจากวันนี้องค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องเลิกความคิดด้วยจิตใจที่คับแคบเพราะรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญส่งผลกระทบต่อทุกคน ดังนั้นจึงขอเนียกร้องให้เร่งเผยแพร่สาระสำคัญโดยต้องไม่เสนอแต่ส่วนที่ดีแต่ต้องเสนอเสียงสะท้อนของฝ่ายที่เห็นต่างด้วยเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจในการออกเสียง ซึ่งถ้ายังเดินหน้าแบบนี้ ก็จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีมลทิน


