สนช.รับหลักการร่างกม.คุมประพฤติ "สนช.หญิง" ยกเคส "น้องการ์ตูน" แนะคุมประพฤตินักโทษคดีข่มขืนเด็กด้วย
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุมประพฤติ พ.ศ.....ตามที่ครม.เสนอมามีสาระสำคัญเรื่องการใช้กลไกการคุมประพฤติผู้กระทำผิดที่เป็นเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ ผู้ได้รับการพักโทษการลดวันต้องโทษจำคุก การจัดให้มีการทำงานบริการสังคม เพื่อให้การการปฏิบัติงานด้านการคุมประพฤติมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยนาย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. อภิปรายสอบถามถึงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์อื่นใดในการติดตามตัวบุคคลตามเงื่อนไขที่ศาลหรือเจ้าพนักงานผู้ มีอำนาจสั่ง ซึ่งขณะนี้มีการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวไปแล้วจำนวนเท่าไร อีกทั้งในกรณีคดีล่วงละเมิดทางเพศและการทำร้ายร่างกาย จะมีการคุมประพฤติหรือไม่
ขณะที่น.ส.จินตนันท์ ชญาต์รศุภมิตร สนช.ตั้งข้อสังเกตว่ามีความผิดบางประการที่ต้องคุมประพฤติผู้ที่กระทำ ความผิด แต่ไม่ได้ปรากฏอยู่ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ ผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กอายุต่ำว่า 15 ปีซึ่ง คดีลักษณะนี้มีงานวิจัยระบุว่า ผู้กระทำมักจะกลับมากระทำซ้ำ เช่น กรณีคดีฆ่าข่มขืน”น้องการ์ตูน”ที่ ซอยแบริ่ง ถ.สุขุมวิท ซึ่งผู้ต้องหาคนดังกล่าวนี้ไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดครั้งแรกแต่ทำผิดหลาย ครั้งเมื่อพ้นโทษไม่มีการติดตามหรือคุมประพฤติ จนกระทั่งก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งผู้กระทำความผิดนี้เหมือนคนปกติทั่วไปเราไม่สามารถทราบได้ว่า เป็นคนอันตรายในสังคมซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีการติดตามผู้กระทำความผิดประเภทนี้ต้องรายงานตัว หรือย้ายถิ่น ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้แจ้งเตือนประชาชนป้องกันบุตรหลานว่ามีคนประเภทนี้อยู่ในชุมชน จึงเห็นว่าร่างพ.ร.บ.นี้ควรมีการคุมประพฤติคนที่กระทำความผิดในประเภทนี้
หลังจากที่สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวางจนครบถ้วนทุกคนแล้วที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 161 ต่อ 0 งดออกเสียง 4 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 17 คน มาพิจารณาร่างกฎหมาย โดยให้เวลาดำเนินการ 60 วัน


