"วิรไท" ผู้ว่าฯธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเตือนอย่าประมาท หลังความผันผวนตลาดเงินโลกยังสูง
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปจากการใช้จ่ายภาครัฐและการท่องเที่ยว โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ร้อยละ 3.1 ขณะที่การส่งออกยังไม่เข้มแข็งจากการหดตัวจากเศรษฐกิจจีนและเอเชีย ทำให้อุตสาหกรรมชะลอการตัดสินใจลงทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาครัฐที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจะกระตุ้นให้เอกชนลงทุนตามในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ตามที่คาดหมาย ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถการแข่งขันของไทยให้สูงขึ้นอีก หลังจากสถาบันการจัดการนานาชาติ (ไอเอ็มดี ) ปรับเพิ่มอันดับขีดความสามารถของไทยดีขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 28 จากเดิมอยู่ที่ 30 ซึ่งไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่อันดับปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันในการปฎิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจนทำให้เศรษฐกิจมีศักยภาพ
ส่วนอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม 2559 ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศออกมาอยู่ที่ร้อยละ 0.46 นั้น ซึ่งเงินเฟ้อเป็นบวกเดือนที่ 2 ก็เป็นไปตามคาดการณ์ โดย ธปท.มองว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาส 2และคาดว่าจะกลับมาอยู่ที่ร้อยละ 1 ปลายปีนี้ เพราะมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยยืนยันกรอบเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่นที่ ธปท.ดำเนินการมีความเหมาะสมกับเศรษฐกิจไทย
ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่า แม้ความผันผวนของตลาดการเงินในช่วงนี้จะลดลงจากช่วงต้นปี 2559 แต่ระยะข้างหน้าความผันผวนยังคงมีอยู่จากปัจจัยต่างประเทศ คือ การชะลอตัวและการปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน การลงประชามติของสหราชอาณาจักรว่าจะออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือไม่ การดำเนินนโยบายการเงินที่ต่างกันของธนาคารกลาง ดังนั้น ค่าเงินบาทและราคาสินทรัพย์สามารถเคลื่อนไหวทั้งขึ้น-ลง การคาดการณ์ทิศทางค่าเงินบาททางใดทางหนึ่งอาจเสียหายได้ ซึ่ง ธปท.ย้ำว่าจะดูแลค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาด หากผันผวนรุนแรงจนมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธปท.จะพิจารณาใช้เครื่องมือดูแลอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าฐานะต่างประเทศของไทยแข็งแกร่งเป็นกันชนรองรับความผันผวนจากต่างประเทศได้ดี โดยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดถึงร้อยละ 9 ของจีดีพี เงินสำรองระหว่างประเทศถึง 3 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ขณะที่พันธบัตรที่ต่างประเทศถือครองคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9 ซึ่งถือว่าต่ำหากเทียบกับต่างประเทศที่มีสัดส่วนต่างชาติถือครองพันธบัตรถึงร้อยละ 30 อย่างไรก็ตาม เอกชนต้องป้องกันความเสี่ยงควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ





