วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุวพันธ์' ฟุ้ง2ปี 'รบ.-คสช.' คุมอำนาจผลงานเพียบ

"สุวพันธ์" ฟุ้ง 2 ปี "รบ.-คสช." คุมอำนาจผลงานเพียบ ลั่นจากนี้เห็นภาพชัดขึ้นทุกมิติ ย้ำรบ.-คสช. ไม่เคยละเลยปัญหา

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล สภานิติบัญญัติ(สนช.)และสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ได้หารือภาพรวมของการปฏิรูปประเทศ นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุมอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงขณะนี้ ครบ 2 ปี ซึ่งถือว่ามีความก้าวหน้าไปมากทั้งมิติของการบูรณาการบริหารราชการและมิติของการปฏิรูปประเทศ

"วิปทั้ง 3 ฝ่ายเห็นว่า การปฏิรูปไม่ได้ล้มเหลวอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน แต่มีความคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นไม่ควรใช้คำพูดเพียงหนึ่งประโยคมาสร้างข่าวให้ประชาชนสับสน เพราะเมื่อคสช.เข้าควบคุมอำนาจ ก็ได้ดำเนินการปฏิรูปด้านต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำ ดำเนินงานทุกอย่างตามวาระเร่งด่วนสำคัญของประเทศ ไม่ใช่วาระเร่งด่วนของพรรคการเมืองหรือนักการเมือง พยายามยุติการหาผลประโยชน์จากโครงการของรัฐบาล สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ ไม่มีสิ่งใดที่ คสช.และรัฐบาลชุดนี้ละเลย" รมต.สำนักนายกฯ กล่าว

รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า แผนปฏิรูปต่างๆ ที่วิป 3 ฝ่ายได้ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะไว้ ถูกนำมาขับเคลื่อนและมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งมีร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ กำลังอยู่ในการพิจารณาของ สนช. เมื่อมีผลบังคับใช้การโกง การทุจริต ที่เคยทำและลอยนวลกัน จะทำไม่ได้โดยง่ายอีกต่อไป และจากนี้ไปทุกเรื่องจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะนายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วว่า การทำงานของรัฐบาลทั้งมิติการบูรณาการบริหารราชการและการปฏิรูปในระยะ พ.ค.59 ถึง ก.ค.60 ต้องมีแผนที่นำทางชัดเจน

นายสุวพันธ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อต้านการทุจริต การปฏิรูปตำรวจ การช่วยเหลือเกษตรกร การศึกษา การปรับปรุงกฎหมายที่ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องจัดลำดับมาให้ชัดเจน แม้ว่าบางเรื่องอาจไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายใน ก.ค. 60 นี้ แต่รากฐานต้องถูกวางไว้ เพราะสังคมคาดหวังไว้สูงมาก

“เป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับคนไทย ที่มีคนพูดว่าความสงบสุขทุกวันนี้เป็นของเทียม เป็นของชั่วคราว ฟังดูราวกับว่า มีคนตั้งใจอยากทำให้ประเทศไทยไม่สงบสุขขึ้นมาอีก ผมสัมผัสกับคนในพื้นที่หลายกลุ่มหลายระดับ ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ เขาอยากมีชีวิตที่สงบสุขในสังคม ทำมาหากินได้ ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ผมอยากให้คนไทยได้คิดพิจารณาและมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเรา บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน จะเห็นว่าตั้งแต่ คสช.เข้ามาไม่มีการอุ้มฆ่า อุ้มหาย แม้แต่รายเดียว แต่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด และในอดีตก็เคยพูดกันเองว่า ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยครั้งใด จะรุนแรงเท่ากับการปราบปรามยาเสพติด ที่มีคนตายไปกว่า 2,000 คน หรือที่ชอบพูดถึงเรื่องมีโจรในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ 50 คนเท่านั้น ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนในครั้งนั้น นำมาซึ่งปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงทุกวันนี้” นายสุวพันธ์ กล่าว

รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ข้อดีของการแสดงความเห็นต่างๆ ในสังคมไทยขณะนี้คือ ทำให้สังคมไทยได้รู้จักคนหลายประเภทได้ดีขึ้น ได้เรียนรู้ว่าจริงๆแล้วใครที่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง ใครที่หวังเพียงแค่ผลทางการเมือง คนที่ติดตามเรื่องราวของบ้านเมือง บางเวลาคงฉุกคิดได้ว่าเส้นแบ่งระหว่างผลประโยชน์ของบ้านเมือง กับผลประโยชน์ทางการเมืองมันบางมาก เมื่อบ้านเมืองมีวิกฤตผู้นำที่เลือกวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการเมือง บ้านเมืองจะไปทางหนึ่ง แต่ผู้นำที่เลือกวิธีการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง บ้านเมืองก็จะไปอีกทางหนึ่ง เป็นบ้านเมืองที่ดีงาม มีคุณธรรม จริยธรรม อาศัยอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ ดังนั้นตนเชื่อว่าคนไทยมีคำตอบอยู่ในใจถึงผู้นำของเขาแต่ละคนแล้ว