"ปตท." ระบุ ศาลปกครองยังไม่สั่งรับฟ้องหน่วยงานรัฐ กรณีคืนท่อก๊าซ ชี้หากมีคำสั่งรับฟ้อง บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
นายสุพจน์ เหล่าสุอาภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักกฎหมาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. ส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการคัดลอกคำสั่งศาลปกครอง กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (คตง.) ยื่นฟ้องขอเพิกถอนการแบ่งแยกทรัพย์สินของ ปตท. เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยพบว่าศาลฯ ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ต่อผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน และ บมจ. ปตท.มีเพียงคำสั่งไม่รับคำฟ้องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดาทั้ง 8 รายเนื่องจากบุคคลเหล่านี้ พ้นจากตำแหน่งไปแล้วจึงถือว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐตามวิธีพิจารณาคดีของศาลปกครอง ซึ่งในวันนี้ (24 พ.ค.) ทาง ปตท.ได้รายงานสถานการณ์ต่อ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว
“ถ้าศาลฯ มีคำสั่งรับฟ้องในอนาคต ทาง ปตท. จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยศาลฯ จะมีหมายแจ้งผู้ถูกฟ้องเพื่อให้จัดทำคำให้การประมาณ 30 วัน และทาง ปตท. จะส่งเรื่องให้อัยการหรือแต่งตั้งทนายเพื่อดำเนินการ”นายสุพจน์ กล่าว
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันนท์ ประธานบอร์ด ปตท. เขียนในเฟสบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นฟ้องเรื่องการคืนท่อก๊าซ ปตท ต่อศาลปกครองกลาง หมายเลขดำที่ 510/2559 หน่วยงานและบุคคล ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน) นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายประสิทธิ์ สืบชนะ อดีตรองอธิบดีกรมธนารักษ์ นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อดีตที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กรมธนารักษ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ (อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2559 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยาวถึง 14 หน้า ไม่รับฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีนี้ในส่วนบุคคล โดยให้เหตุผลว่า “ผู้ตรวจการแผ่นดินตั้งใจฟ้องบุคคลในคดีนี้ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เมื่อบุคคลเหล่านี้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว จึงมิใช่เจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมาย” และ “การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินตั้งใจยื่นฟ้องบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้มีตำแหน่งในขณะยื่นฟ้อง ณ วันที่ 4 เมษายน 2559 นั้น จึงย่อมไม่มีสิทธิฟ้องบุคคลธรรมดาได้”
นอกจากนั้น ในคำสั่ง ยังมีข้อความที่น่าสนใจคือ โดยที่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 เป็นเพียงการกำหนดแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ ฟ.35/ 2550 เท่านั้น มติคณะรัฐมนตรี ดังกล่าวจึงมิได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่บุคคลใดที่จะเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวได้แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ศาลยังไม่มีคำสั่งเรียกให้ทำคำให้การสำหรับผู้ถูกฟ้องคดีที่เป็นองค์กร คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน และปตท. แต่อย่างใด สำหรับที่ผ่านมาศาลปกครองมีคำสั่งถึง 5 ครั้ง เพื่อยืนยันว่า ปตท. ส่งคืนท่อก๊าซฯ ครบหมดแล้ว ได้แก่ วันที่ 26 ธ.ค. 2551 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งว่า ปตท. คืนท่อก๊าซฯ ครบถ้วนแล้ว วันที่ 3 มี.ค. 2552 ศาลปกครองยกคำร้องของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและยืนยันเรื่องการคืนท่อก๊าซฯ ของ ปตท. วันที่ 2 พ.ย. 2555 ศาลปกครองกลางไม่รับคำฟ้องจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กรณีขอให้แบ่งแยกและคืนท่อก๊าซฯ ทั้งบนบกและในทะเล แต่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นอุทรณ์ท่อ วันที่ 12 ธ.ค. 2557 ศาลปกครองสูงสุดเห็นด้วยกับศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้อง เพราะ ปตท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว และครั้งที่ 5 ในวันที่ 7 เม.ย. 2559 ศาลปกครองสูงสุด โดยที่ประชุมใหญ่มีคำสั่งให้ยกคำร้องของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลวันที่ 26 ธ.ค. 2551





