วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดีเอสไอ'นัดถกใบรับรองแพทย์'ธัมมชโย'ผิดกฎหมาย พรุ่งนี้

"ดีเอสไอ" นัดถกเนินการใบรับรองแพทย์ผิดกฎหมาย พรุ่งนี้ "ไพสิฐ" ย้ำพร้อมให้ประกันตัว "ธัมมชโย" ประเมินหลักทรัพย์ประกันตามมูลค่าความเสียหาย

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนคดีสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร จากการรับเช็คบริจาคซึ่งมีที่มาจากการฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จะประชุมเพื่อพิจารณาหลักฐานที่ทนายความของวัดพระธรรมกายยื่นแสดงต่อศาลเพื่อเลี่ยงการเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอ  สืบเนื่องจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษียืนยันมายังดีเอสไอเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วว่า ใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยรองผอ.โรงพยาบาลไม่ถือเป็นเอกสารราชการ ดังนั้นจึงเป็นประเด็นต้องพิจารณาว่าผิดกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้จะพิจารณาถึงเนื้อหาคำพูดที่โฆษกวัดพระธรรมกาย พระสงฆ์ และพิธีกรรายการออกมาระบุพาดพิงถึงการดำเนินคดีของดีเอสไอ และการอนุมัติหมายจับพระธัมมชโย ว่าจะมีความผิดฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานและละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ส่วนกรณีที่วัดพระธรรมกายออกมาแถลงถึงการอาพาธหนักถึง 8 โรค ของพระธัมมชโยนั้น  อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนทราบดีว่าพระธัมมชโยป่วย และไม่เคยโต้เถียงเรื่องอาการป่วย แต่มีพยานหลักฐานชี้ให้เห็นว่าพระธัมมชโยสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ออกไปรับกิจนิมนต์ในสถานที่ต่างๆได้ และเดินได้ตามปกติ  เพียงแต่พระธัมมชโยไม่ประสงค์จะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับข้อกล่าวหา กระบวนการจึงต้องเดินไปสู่การขออนุมัติหมายจับ เพื่อไม่ให้การดำเนินคดีเดินหน้าต่อไปได้     

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่วัดพระธรรมกายพร้อมเปิดวัดให้พนักงานสอบสวนเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหา พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ดีเอสไอจะรอจนครบกำหนดในวันที่ 26 พ.ค. นี้ จึงจะพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป หากถึงจุดนั้นต้องประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ เนื่องจากภายในวัดมีลูกศิษย์หลายกลุ่ม ซึ่งศิษย์แต่ละกลุ่มมีความคิดไม่เหมือนกัน  ดังนั้นเพื่อความรอบคอบจึงต้องประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ และต้องขออนุมัติหมายค้นจากศาลด้วย ทั้งนี้เพื่อปิดช่องไม่ให้มีประเด็นโต้แย้ง เพราะที่ผ่านมาพระธัมมชโยไม่เคยพูดด้วยตนเองว่า ยินดีให้พนักงานสอบสวนเข้าไปภายในวัด มีแต่ลูกศิษย์และพระรูปอื่นออกมาพูดผ่านสื่อเท่านั้น 

“ในส่วนของหลักทรัพย์ประกันตัวหากพระธัมมชโยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง ดีเอสไอได้แจ้งให้รับทราบเบื้องต้นแล้วว่า หลักทรัพย์ประกันจะประเมินตามอัตราโทษและมูลค่าความเสียหายในคดี  โดยสามารถนำโฉนดที่ดินและหลักทรัพย์เข้าประเมินราคาประกันตัวได้ตามระเบียบของทางราชการ”  อธิบดีดีเอสไอกล่าว       

แหล่งข่าวจากดีเอสไอเปิดเผยว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้ประชุมเพื่อวางแผนปฏิบัติการเบื้องต้น หากจำเป็นต้องนำกำลังเข้าจับกุมตัวพระธัมมชโยซึ่งกรณีการจับกุมพระสงฆ์ต้องประสานให้เจ้าหน้าที่จากสำนักพระพุทธศาสนา (พศ.) และเนื่องจากพระธัมมชโยเป็นพระชั้นเทพก่อนและหลังการจับต้องแจ้งให้พระเจ้าคณะปกครองรับทราบด้วย     

สำหรับเส้นทางการเงินที่ปรากฎตามเช็คสั่งจ่ายของนายศุภชัยแล้ว พบว่า ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2552-15 ก.พ. 2554 พระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย และมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง รับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น รวม 21 ครั้ง เป็นเงินกว่า 1,205 ล้านบาท โดยไม่มีมูลหนี้กับสหกรณ์ฯ หากรวมเครือข่ายพระวัดธรรมกายจะมีวงเงินสูงถึง  2,000 ล้านบาท