วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประพันธ์' แจงกรธ.ยกร่างรธน.ยึดสิทธิเสรีภาพปชช.เป็นหลัก

“ประพันธ์” แจง กรธ.ยกร่างรธน. ยึดสิทธิเสรีภาพปชช.เป็นหลัก เน้นย้ำประเทศปลอดทุจริต-พบทำผิดตัดสิทธิตลอดชีวิต

ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี ที่ประชุมชี้แจงพรรคการเมือง เรื่อง“ร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ และประชาชน”เพื่อทำความเข้าใจและเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีตัวแทนคณะรัฐมนตรี(ครม.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)และกกต. ชี้แจงภารกิจของแต่ละหน่วยงาน

โดยนายประพันธ์ นัยโกวิท ตัวแทนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวชี้แจงการยกร่างรัฐธรรมนูญ(รธน.) ว่า ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ(รธน.)ครั้งนี้ เรามีภารกิจหน้าที่ตามกรอบแนวทางรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา35 ที่บัติญัติกรอบร่างรธน.แล้ว กรธ.ใช้เวลายกร่าง 6 เดือน เพื่อพิจารณาให้รอบครอบ รับฟัความคิดเห็นประชาชนมาตลอด เมื่อยกร่างรธน.เสร็จแล้วก็ให้ประชาชนส่งความคิดเห็นมา ซึ่งจะเห็นได้ว่าร่างต้นและร่างสุดท้ายเนื้อหาเปลี่ยนไปมาก ได้มีการปรับปรุงตามความต้องการของพี่น้องประชาชนมากสุด ซึ่งเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหา คือ แก้ไขปัญหาที่ไม่สามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ รธน.นี้จึงเขียนให้อำนาจกกต.มีหน้าที่และอำนาจในการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ไม่เกิน 30 วัน หากมีเหตุการณ์ที่มีสามารถจัดการเลือกตั้งได้ รวมทั้งให้มีองค์กรที่สามารถวินิจฉัยได้ทันที

นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงร่างรธน.ประการแรก รธน.ฉบับนี้รับรองสิทธิเสรีภาพประชาชนทำให้สิทธิเสรีภาพประชาชนมีความเป็นจริงในทางปฏิบัติ ประชาชนสามารถได้รับสิทธิโดยไม่ต้องร้องขอ รัฐเป็นผู้จัดการให้ประชาชนได้รับสิทธิทันที ตามรธน. มาตรา 51 สิ่งที่เป็นหน้าที่รัฐ ถ้าเกี่ยวข้องกับประชาชน ประชาชนมีสิทธิติดตามสอบถามความคืบหน้าได้ หากรัฐไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ นอกจากนี้ รธน.ฉบับนี้ ได้บัติญัติอำนาจนิติบัญญัติ บรหิาร ตุลาการ และองค์กรต่างๆโดยเน้นย้ำในเรื่องซื่อสัตย์สุจริต เน้นในด้านความผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อให้ประเทศเราปลอดทุจริตในวงราชการและการเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อส่งคดีไปที่ศาลแล้วจะถูกตัดสิทธิ​ตลอดชีวิต

“สำหรับเรื่องการปฏิรูป ในรธน.ฉบับนี้อาจเขียนแค่ 4 เรื่อง เช่น การศึกษา การเมือง กระบวนการยุติธรรม เป็นต้น แต่ที่จริงแล้วมีการกำหนดไว้อย่างน้อย 7 เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันธ์กับความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสิ้น เชื่อว่าเรื่องการปฏิรูปถ้าทำได้ 50 เปอร์เซ็นต์ตามที่เขียนไว้ ประชาชนก็มีความสุขมากแล้ว อย่างไรก็ตาม ในบทเฉพาะกาล ก็ยังมีเรื่องการปฏิรูป เพื่อให้เป็นไปในแนวทางปฏิบัติ ให้บรรลุเป้าหมาย เรื่องนี้เป็นความจำเป็น และเพื่อให้การปฏิรูปบรรลุผล จึงมอบงานให้สภาชิวุฒิสภาสานต่อและมีการบังคับใช้ต่อไป”นายประพันธ์ กล่าว

ด้านนายอุดม รัฐอมฤต ตัวแทนกรธ. กล่าวว่า การบัญญัติกฎหมายที่สำคัญของประเทศ กรธ.ทั้ง 21 คน คงไม่สามารถเขียนโดยความคิดตนเองทั้งหมดได้ ต้องหาข้อมูลจากรธน.ทั้งหมดที่ผ่านมา และการรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ซึ่งร่างรธน.ฉบับนี้ มีความต่างไม่มากในเชิงหลักการทั่วไป โดยปกติรธน.มี 3-4 ส่วนหลัก คือ 1.เรื่องสิทธิเสรีภาพ แนวนโยบายแห่งรัฐ ประชาชนจะอยู่อนย่างไรในสังคมประเทศนี้ ยืนยันว่าหลักการนี้เราไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม แต่วิธีการเขียนจะต่างไปเท่านั้นเอง 2.การปกครองประเทศ ส่วนนี้ยังยืนยันระบอบการปกครองในรูปแบบรัฐสภา จริงที่เราเสนอระบบบัตรเดียว เพราะการเมืองที่ผ่านมาทุกคนที่เป็นส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบส.ส.ทุกคนในพรรค เราเน้นเรื่องพรรคการเมืองด้วย และเน้นให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ส่วนส.ว. เราเลือกให้มีการเลือกในระบบทุกภาคส่วน 3.การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รธน.เน้นตรวจสอบนักการเมือง การใช้อำนาจรัฐ ตั้งแต่คุณสมบัติ เพราะหากพบว่ามีความผิดหมดสิทธิทำหน้าที่ทันที และ 4.เรื่องการปฏิรูปประเทศ การยกร่างรธน.ครั้งนี้ เน้นให้ประเทศเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศ เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันพัฒนา

นายกล้านรงค์ จันทิก ตัวแทนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวชี้แจงถึงการตั้งคำถามพ่วงประชามติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ว่า เป็นการดำเนินการตามร่างรธน.ชั่วคราว ซึ่งในคำถามมีคีย์เวิร์ดสำคัญคือ ใน 5 ปีแรกที่ให้สมาชิกรัฐสภามีส่วนร่วมในการเลือกนายกฯ เรานำตัวเลขดังกล่าวมาจากการให้ส.ว.แต่งตั้งร่วมปฏิรูป 5 ปี ตามรธน. ส่วนเนื้อหาที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์เป็นไปตามรธน. ที่ให้ความสำคัญกับคำคำนี้

ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ตัวแทนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) กล่าว่า ใน 5 ปีแรกหลังรธน.ประกาศใช้ ได้ให้บทบาทส.ว. ในการมีส่วนร่วมประเทศเป็นอย่างมาก โอกาสนี้จึงเห็นว่าสมควรให้มีส่วนร่วมในการเลือกหัวหน้ารัฐบาลด้วย แต่ถึงอย่างไรหากคำถามดังกล่าวผ่าน การเลือกนายกฯคงไม่ต่างจากเดิมมาก เพราะยังต้องเลือกนายกฯตามที่ส.ส.ได้เสนอมา

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวชี้แจงว่า มี 2 เรื่องที่แตกต่างจากกฎหมายประชามติเดิม คือ การกระทำความผิดผ่านสื่ออิเล็กทรอนนิกส์ โดยการเผยแพร่ใดที่เข้าข่ายกระทำความผิด 2.กรณีมีคณะบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป กระทำการความวุ่นวายใดๆ จะถูกลงโทษ ซึ่งเป็นโทษหนัก ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังคงเดิม ตามพ.ร.บ.ประชามติที่เคยมีบัญญัติมาแล้ว

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า การออกเสียงร่างรัฐธรรมนูญ บทบาทรัฐบาลมีอยู่ 3 ข้อ หรือ 3 ร.คือ 1.รักษาความสงบเดินไปสู่การทำประชามติให้เรียบร้อย เพราะความคิดเห็นที่หลากหลาย อาจนำไปสู่การแตกแยกทางความคิด 2.ร่วมมือกับกกต.จัดทำประชามติ และ3.ดำเนินการตามโรดแม็ป ทั้งนี้ การทำประชามติวันที่ 7 ส.ค.หากร่างรัฐธรรมนูญผ่าน คำถามพ่วงไม่ผ่าน จะนำขึ้นทูลเกล้าฯประกาศใช้ แล้วจัดการเลือกตั้ง แต่หากคำถามพ่วงผ่านด้วย ก็ต้องเพิ่มเวลาปรับร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องคำถามพ่วง แต่กรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ต้องร่างใหม่ ที่ตอนนี้พูดชัดไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร ถ้าตามขั้นตอนหากไม่ผ่าน รัฐบาลต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวภายใน 15 วัน ก่อนวันที่ 7 ส.ค.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คาดว่าใช้เวลาไม่นาน 1-2 เดือนหรือสั้นกว่านั้น และเพื่อความรวดเร็ว จะไม่มีการตั้งกรธ.หรือคณะกรรมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะมีฐานอยู่แล้ว เมื่อร่างเสร็จนำขึ้นทูลเกล้าฯทันที ซึ่งเป็นไปตามโรดแม็ปที่คสช.ต้องการ