"พล.ต.ต.ปิยะพันธ์" รองโฆษก ตร. เผยไม่ก้าวล่วงพนักงานสอบสวน คดีวัยรุ่นรุมฆ่าชายพิการ
จากกรณีที่นายอนันตไชย ไชยเดช ทนายความของชายพิการที่ถูกกลุ่มวัยรุ่น 6 คน รุมทำร้ายจนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณซอยโชคชัย 4 โดยนายอนันตไชย ได้ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพยั ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาเพิ่มข้อกล่าวหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กับวัยรุ่นทั้ง 6 คน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) - เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 พ.ค. 59 พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องนี้ไว้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนจะส่งให้ต้นสังกัดพิจารณาต่อไป แต่จะไม่ก้าวล่วงการทำงานของพนักงานสอบสวน โดยกรณีนี้ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ชี้แจงไปบ้างแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งการแจ้งข้อหาต่างๆ ต้องดูตามพยานหลักฐาน แต่หากพนักงานสอบสวน ไม่แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามที่ญาติเรียกร้อง ทางญาติสามารถยื่นเป็นโจทย์ร่วมในคดีดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับว่า จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และแม้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะเป็นลูกหลานตำรวจ ก็จะไม่มีการช่วยเหลือกันอย่างแน่นอน
พล.ต.ต. ปิยะพันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จะมีโทษตั้งแต่ จำคุก 15-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต ฯลฯ ซึ่งต่างจากข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่มีโทษแรงกว่า คือ โทษประหารชีวิตเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ มีการวางแผน ทบทวนไว้ก่อนแล้ว ว่าจะต้องมีการฆ่า ซึ่งทางพนักงานอัยการ ทนายความ จะเป็นผู้ตีความต่อไป





