วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.ใช้มาตรา 44 สั่งปลด 'ชาญณรงค์' ผอ.สมศ.

"คสช." ประกาศใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปลด "ชาญณรงค์" ผอ.สมศ. แจงเหตุเพื่อให้การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาเป็นไปตามความมุ่งหมาย

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้มีประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 23/2559 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ว่า เพื่อให้การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอกและการประเมินผลการจัดการศึกษา อันเป็นกลไกสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษาในแต่ละระดับ เป็นไปตามความมุ่งหมายและหลักการตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฎิรูปการศึกษาของประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) ระงับการปฎิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวจนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ข้อ 2 .ให้นายคมศร วงษ์รักษา รองผู้อำนวยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) จนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ข้อ 3 คำสั่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ลงคำสั่ง ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พุทธศักราช 2559

ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่ามีคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ จึงยังไม่ขอพูดอะไรมากขอดูคำสั่งก่อน

ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าว น่าจะเกิดจากความขัดแย้งในทางนโยบาย และแนวทางการทำงาน ระหว่าง สมศ. และผู้กำกับดูแลสมศ. หรือผู้รับฟังข้อมูล อย่าง รัฐมนตรี และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยทางสมศ. พยายามปฎิบัติตามกรอบเวลา เพื่อให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ทั้งที่ในส่วนของรัฐมนตรี และสปท.เห็นว่าการประเมินต้องชะลอออกไปก่อน 2 ปี เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า สมศ.มีจุดบกพร่อง ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข

ทั้งนี้ คำสั่งระงับหน้าที่ ผอ.สมศ.ครั้งนี้ เชื่อว่าน่าจะส่งผลให้การประกันคุณภาพต้องเลื่อนออกไปอีก 2 ปีแน่นอน เพื่อปรับปรุง รายละเอียดต่างๆ รวมถึงน่าจะมีการปรับทิศทางการทำงาน ให้มีหลักการคิด แนวคิด และแนวปฎิบัติ ตัวบ่งชี้ต่างๆ ที่น่าจะลดลง สะท้อนการประกันคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัว มองว่า คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ตามที่คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 นั้น ทุกคำสั่งที่ผ่านมา รวมถึงคำสั่งครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจที่ถูกจุด และเชื่อว่าคนในวงการการศึกษารู้สึกพอใจ เพราะเป็นเจตนาเพื่อแก้ปัญหาให้เกิดการพัฒนาและตรงกับความต้องการของคนส่วนใหญ่