วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ผบ.ตร.'ยันแต่งตั้งตำรวจ ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง

"พล.ต.อ.จักรทิพย์" ระบุ เซ็นแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทั่วประเทศ กว่า 7,000 นาย มีผล 16 พ.ค.นี้ ยืนยัน ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ วาระประจำปี 2558 ครั้งที่ 8 หลังจากมีการประชุมมาแล้ว 7 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากยังมีการปรับเปลี่ยนในหลายกองบัญชาการที่ยังไม่ลงตัวให้เกิดความเหมาะสม โดยในวันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย เพื่อออกคำสั่งในวันพรุ่งนี้ ก่อนให้มีผลในวันที่ 16 พฤษภาคม และไปรายงานตัวไม่เกินวันที่ 19 พฤษภาคม นี้ ส่วนคำสั่งที่เซ็นแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ยังมีผลบังคับใช้เหมือนเดิม

สำหรับการประชุมครั้งนี้ เป็นการพิจารณาภาพรวมทุกกองบัญชาการทั้งหมด 23 กองบัญชาการ จำนวนกว่า 7,000 ตำแหน่ง ที่แต่ละกองบัญชาการได้เสนอมาก่อนหน้านี้ โดยผู้บัญชาการแต่ละภาค มีส่วนร่วมในการแต่งตั้ง พร้อมทั้งยืนยันว่า วันนี้ไม่มีการพูดคุยในเรื่องการซื้อขายตำแหน่งอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเด็กฝากจากนายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งการแต่งตั้งในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ให้อิสระตน ในการทำบัญชีเพียงคนเดียว เพียงเน้นย้ำว่าจะต้องมีความชอบธรรม

อย่างไรก็ตาม หลังจากคำสั่งออกทั้งหมด และเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่แล้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมีการเรียกนายตำรวจระดับผู้กำกับการ และหัวหน้าสถานีทั่วประเทศ มาประชุมแนวทางการทำงาน และรับฟังนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัติพร้อมกันทั่วประเทศ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้โพสต์ภาพของตัวเอง ขณะโดยสารเครื่องบินไปร่วมงานรักบี้ประเพณี ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างตำรวจไทย และตำรวจมาเลเซีย นำมาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีส่วนทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปี 2558 เกิดความล่าช้า โดยกล่าวว่า ไม่ทราบว่าภาพที่ออกมาเกิดจากคนใกล้ชิดหรือประชาชนที่โดยสารในเครื่องบินลำเดียวกัน ทั้งนี้ กำลังพิจารณาว่าจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีหรือไม่ เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ขณะที่ตนเองเป็นผู้รักษากฎหมายซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด แต่ยอมรับว่า อาจจะมีการทบทวนโดยใช้หลักธรรมทานบารมี และอโหสิกรรมให้กับผู้นำภาพไปเผยแพร่ รวมทั้งสื่อมวลชนบางสำนัก ก็ได้มีการลงข่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไม่ใช่เรื่องจริง แต่หากมีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีกก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมติงสื่อมวลชน ให้มีการพิจารณาการนำเสนอข่าวสารให้เป็นกลาง ตรงไปตรงมากับข้อเท็จจริง