กองปราบฯ สอบ "หฤษฎ์-ณัฏฐริกา" ก๊วน8มือโพสต์ คดีผิดม.112 ยังปฏิเสธข้อหา ก่อนส่งตัวฝากขังศาลทหาร ด้านทนายยื่น2แสนขอประกันตัว
จากกรณีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้ทำการจับกุมตัวนายหฤษฎ์ มหาทน, น.ส.ณัฏฐริกา วรธันยวิชญ์ ,นายนพเก้า คงสุวรรณ, นายวรวิทย์ ศักดิ์สมุทรนันท์, นายโยธิน มั่งคั่งสง่า, นายธนวรรธน์ บูรณศิริ, นายศุภชัย สายบุตร, และนายกัณสิทธิ์ ตั้งบุญธินา 8 ผู้ต้องหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ฐานยั่วยุปลุกปั่น และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และกลุ่มแอดมินเพจเรารักพลเอกประยุทธ์ หลังโพสต์ข้อความเกี่ยวกับทำงานของรัฐบาล
ก่อนที่ต่อมาศาลทหารจะอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา8 ราย แต่เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลประวัติการสนทนาทางโซเชียลมีเดียของนายหฤษฎ์และน.ส.ณัฏฐริกา พบว่ามีการก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงหรือไม่ ตำรวจจึงขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ในข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพิ่มเติมก่อนทำการอายัดตัวไว้ทำการสอบปากคำ ตามที่ได้เคยนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดจากกรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) ทางพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้นำตัว นายหฤษฎ์และน.ส.ณัฏฐริกา ไปทำการสอบปากคำต่อในบางประเด็น หลังจากที่เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ขอทำการอายัดตัวและทำการสอบปากคำในเบื้องต้น ภายหลังจากการสอบปากคำนายหฤษฎ์และน.ส.ณัฏฐริกา สองผู้ต้องหานานกว่า 2 ชั่วโมง พ.ต.ท.ชัยพร นิตยภัตร์ สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังตำรวจสังกัด บก.ป. ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนเดินทางต่อไปยังศาลทหารเพื่อขออำนาจศาลฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้จะขึ้นเบิกความต่อศาล เพื่อขอให้ศาลเห็นใจนายหฤษฎ์ มหาทน,น.ส.ณัฏฐริกา วรธันยวิชญ์ จำเลยทั้งสองคนและอนุญาตประกันตัวตามสิทธิพื้นฐานของประชาชนที่ควรจะได้รับ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติการหลบหนี และ มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง อีกทั้งอยากให้มีบรรทัดฐานการประกันตัวเหมือนกับนางสาวพัฒน์นรี ชาญกิจ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ได้รับการปล่อยตัวก่อนหน้านี้ ซึ่งเบื้องต้นได้หลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัวคนละ5แสนบาท
ขณะเดียวกันรายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าข้อความบทสนทนาที่มีการตรวจพบว่ามีการใช้คำพูดในลักษณะก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงนั้นเป็นข้อความที่ถูกตัดแต่งหรือตัดต่อขึ้นมาไม่ใช่บทสนทนาที่แท้จริง




