“ภูมิสรรค์” หวังคสช.วางรากฐานกระจายอานาจท้องถิ่น แนะ “คสช.-มท.” 3 ช่องทางสรรหาบุคคล เข้ามาทำหน้าที่ในระยะนี้
นายภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานติดตามการ ปฏิรูปการกระจายอานาจท้องถิ่น พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้หารือกับนายถวิล ไพรสณฑ์ ประธาน คณะทำงานฯ ซึ่งมีความกังวลโดยส่วนตัวว่าประชาชนจะสับสนกับ คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่ 22/2559 เรื่องการได้มาซึ่ง สมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น โดยหลักของกฏหมายปกติ ผู้ว่าราชการ จังหวัด สามารถยุบสภาท้องถิ่นได้อยู่แล้วตามกฏหมาย ถ้าเกิดสภาฯมีปัญหาในข้อที่กฏหมายกำหนดไว้ เช่น การไม่ผ่านกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เป็นต้น และสามารถจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ขณะนี้ไม่สามารถมี การเลือกตั้งได้ จึงได้กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สรรหาบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งแทนโดยส่งขึ้นไปให้ คณะกรรมการสรรหาของกระทรวงมหาดไทยที่มีปลัดกระทรวงฯ เป็นประธาน เมื่อได้สภาท้องถิ่นชุดสรรหา ใหม่แล้วให้ดำรงตำแหน่งจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทั้งหมดนี้ตนและประชาชนเข้าใจได้ถึง ภาวะในยุครัฐประหารนี้
นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า ขอฝากคสช.และกระทรวงมหาดไทยถึงช่องว่างและการสรรหาบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่ในระยะนี้ดังนี้ 1. แม้บุคคลที่ถูกสรรหามาจะไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนโดยตรง แต่การคัดเลือกของมหาดไทยในเบื้องต้น น่าจะทำได้โดยข้อมูลที่มีอยู่ว่า อดีตข้าราชการท่านใดหรือแม้แต่ที่ยังอยู่ในราชการหรือบุคคลใดก็ตามที่ จะสรรหามาไม่ใช่บุคคลที่รับใช้และสนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหลายครั้งที่ยังเห็นบุคคลเหล่านี้ อยู่ในการบริหารบ้านเมืองและตามส่วนบริหารต่าง ๆ ของหน่วยงานที่สำคัญ และยังเติบโตขึ้นอีกด้วย ตนและประชาชนห่วงว่าจะเป็นตัวขัด ตัวถ่วงกับการปฏิรูปบ้านเมืองของคสช.ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบุคคลเหล่านี้ยังเวียนว่ายอยู่ได้ในยุคนี้
นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า 2. การสรรหาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งควรต้องเป็นคนในพื้นที่ซึ่งเข้าใจว่ามหาดไทยคงตระหนักดีอยู่ แล้วและคงพอมีข้อมูลว่าใครที่เข้ากับชาวบ้านและท้องถิ่นได้ดี ตนกังวลว่าจะเป็นเหมือนในกรณีการสรรหาส.ก.ของกทม.ซึ่งชาวบ้านในกทม.สะท้อนมายังอดีตส.ก.และส.ข. ว่าหลายท่านไม่เข้าใจ ปัญหาในพื้นที่และไม่ลงพื้นที่ ทำให้การจัดสรรงบประมาณในชุมชนและเขตไม่ทั่วถึง และ 3. ในกรณีที่ต้องยุบสภาท้องถิ่นในอนาคตแม้คสช.มี ม.44แต่เชื่อว่าคสช.จะกำชับให้มหาดไทยและ ผู้ว่าฯ ยุบตามข้อกฏหมายที่มีอยู่ปกติ ถ้ามีปัญหาจึงจะนึกถึงช่องทางพิเศษเป็นอันดับสุดท้าย
“ผมยังเชื่อว่าการกระจายอำนาจที่ยึดโยงกับประชาชนในท้องถิ่น เป็นคำตอบของการ พัฒนาและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ผมหวังว่าเมื่อบ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติคงไม่ต้องมาเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หวังว่าคสช.จะวางรากฐานการกระจายอำนาจท้องถิ่น ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผ่านการปฏิรูปอย่างจริงใจอย่าปล่อยให้ เวลาพิเศษอย่างนี้เสียไปเหมือนการยึดอำนาจที่ผ่านมา” นายภูมิสรรค์ กล่าว




