วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มท.ประชุมผู้ว่าฯ กำชับร่วมมือกรธ.แจงประชามติ

“ปลัด มท.” คอนเฟอเร้นซ์ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ กำชับแก้สาธารณะภัย-ตามคืบหน้างบฯหมู่บ้านละ 2 แสน เน้นความร่วมมือกรธ.กกต. แจงประชามติให้ปชช.ทราบ

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมข้อราชการสำคัญร่วมผู้บริหารระดับสูง อาทิ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีทุกกรม และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผ่านเครือข่ายสื่อสารมหาดไทย พร้อมวีดีโอคอนเฟอเร้นซ์ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ว่า เนื่องจากมีช่วงวันหยุดยาวมาหลายวันได้เกิดเหตุสาธารณภัยหรือวาตภัย ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก จึงต้องการทบทวนว่าในกรณีวันหยุดยาวดังกล่าว โดยเฉพาะฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ มีการเตรียมตัวเเก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งจากการประเมิน 4-5 วันที่ผ่านมา แม้จะเกิดเหตุใหญ่ เช่น กรณีบ้านประชาชนเสียหายจากพายุฤดูร้อนถึง 800 หลังคาเรือน ที่จังหวัดอุดรธานี ผู้ว่าฯก็สามารถลงไปแก้ไขได้ กรณีเพลิงไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ก็สามารถลงไปดำเนินการดับไฟจนสนิทได้

นอกจากนี้จะประชุมทบทวนระบบการสื่อสารสั่งการจากส่วนกลางไปยังภูมิภาค ตำบล หมู่บ้านว่ามีประสิทธิภาพแค่ไหน เพราะประเมินสถานการณ์ด้านสาธารณภัยไม่ว่าจะของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ประเมินว่าจะมีอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นปรากฎการณ์เอลนิลโญที่จะมีผลกระทบ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็จะลงไปแก้ไขเรื่องนี้ด้วย ขณะที่เรื่องการสื่อสารโดยตรงของผู้ว่าฯในการจัดการสาธารณภัยถือว่าทำได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อไปในพื้นที่ในการขอความร่วมมือของประชาชนและภาคเอกชนทำได้ 60-70 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเมื่อมีภัยเกิดขึ้นจะต้องแบ่งกำลังคน พื้นที่ เครื่องมือในการช่วยเหลือ และช่องทางการสื่อสารให้มีความรวดเร็ว โดยไม่เกิดความสับสน นอกจากนี้จะเน้นย้ำเรื่องโครงการหมู่บ้านละ 2 แสนบาท ที่ดำเนินการตั้งแต่ 1  พ.ค.- 31 ก.ค. จะมาดูว่าผ่านไปแล้วเกือบ 10 วัน จังหวัด และอำเภอไหนบ้างที่คณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) ยังไม่ได้มีการทำประชาคม ก็จะต้องเร่งรัด โครงการไหนควรทำหรือไม่ควรทำ

ส่วนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญจะมีการเน้นย้ำในเรื่องสำคัญคือการให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยในวันที่ 18-19 พ.ค.นี้ จะมีการอบรมวิทยากรในระดับจังหวัดหรือ ครู ก. จำนวน 5 คน ที่ผู้ว่าฯคัดเลือก ว่าเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ ซึ่งครู ก. จะต้องไปเผยแพร่วิทยากรในระดับอำเภอหรือเรียกว่ครู ข. ที่มีอำเภอละ 10 คน แล้วลงไปเผยแพร่ต่อยังวิทยากรระดับหมู่บ้าน หรือเรียกว่าครู ค. จำนวน 4 คน ก็จะมาดูว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้จะเน้นย้ำว่าในเรื่องการชี้แจงร่างรธน.วิทยากร 5 คนที่มาจากส่วนกลาง ต้องสอบถามกรธ.ที่เป็นผู้ร่างและกกต.ที่เป็นผู้กำหนดพ.ร.บ.ว่าด้วยการทำประชามติว่า สิ่งใดอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ชัดเจน เพราะผู้ว่าฯ และนายอำเภอจะต้องให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง ส่วนบทบาทการรักษาความสงบภายในพื้นที่ระหว่างการทำประชามติ ผู้ว่าฯต้องมีวิธีการในการห้ามปราม ประสานงานกับกอ.รมน. และคสช.ในพื้นที่ เพื่อแก้ไข หากเกิดมีผู้ที่จะโหวตเยสทำแล้วผิดและมีอีกฝ่ายมาโหวตโน ผู้ว่าฯต้องมาเป็นคนกลางในการห้ามปราม

นายกฤษฎา กล่าวด้วยว่า สำหรับครูก.ให้ผู้ว่าฯพิจารณาส่วนราชการอื่น ๆ ประกอบด้วย 1.รองผู้ว่าฯหรือปลัดจังหวัดที่ผ่านการเป็นนายอำเภอ คุ้นเคยกับการเลือกตั้งในพื้นที่ 2.ตัวแทนจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในพื้นที่กรณีเกิดเหตุความไม่สงบ 3.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กระทรวงสาธารณสุข ที่มีลักษณะคล้ายกลไกมหาดไทย 4.สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กระทรวงศึกษาธิการ และ5.หัวหน้าส่วนราชการอื่นที่ ผู้ว่าฯเห็นสมควร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกจังหวัดเตรีบมบุคลากรไว้พร้อมแล้ว รอเพียงแต่การไปรับการอบรมจากกรธ.และกกต.เท่านั้น 

“ผมยังเป็นห่วงในเรื่องการทำความเข้าใจประชาชนในประเด็นคำถามประชามติ โดยในการอบรมวิทยากรจะมีการเก็งคำถาม ว่าประชาชนจะถามเรื่องอะไรบ้าง แล้ววิทยากรควรจะตอบอย่างไร แต่หากมีการถามคำถามที่วิทยากรไม่ได้เตรียมคำตอบไว้ จะได้แนะนำผู้ว่าฯให้เชิญสำนักงานอัยการจังหวัดที่รู้เรื่องเกี่ยวกับกฎหมายทุกจังหวัดเข้ามาเป็นที่ปรึกษาของศูนย์อำนวยการประชาสัมพันธ์การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นคำถามไหนที่ไม่สามารถตอบได้จะต้องมีการประชุมกับอัยการจังหวัดและกกต.จังหวัด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากวิทยากรเกิดมีความเสี่ยงทำผิดกฎหมายจะดำเนินการอย่างไร นายกฤษฎา กล่าวว่า จะใช้หลักประกันจากการคัดเลือกวิทยากร 5 หน่วยงานที่เป็นส่วนราชการ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ตัวเองเป็นข้าราชการนอกจากจะต้องระมัดระวังไม่ให้ทำผิดกฎหมายทั่วไปจะต้องระมัดระวังในเรื่องความผิดทางวินัยด้วย มั่นใจว่าจะสามารถเข้าใจและดำเนินการได้                              

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลและคสช.ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฤษฎา  กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับเรื่องเดียวคือให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ต้องดูแลทุกข์สุขความเดือดร้อนของประชาชนด้วยตัวเอง เมื่อเกิดเหตุภัย หรือความขัดแย้งต่าง ๆ ก็ต้องลงไปเป็นคนกลาง