"กฤษฎา" ปลัดฯมหาดไทย สั่งรุก3ด้าน 76จังหวัดหนุนประชามติ ส่งไลน์ “ด่วนที่สุด” นัดรสก.-ผู้ว่าฯ-นอภ.-กำนัน-ผญบ.” ทั่วประเทศร่วมประชุมหารือ
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559 ที่ผ่านมาเห็นชอบแนวทางการปฏิบัติในการออกเสียงประชามติที่ให้กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดังนั้นเพื่อให้การออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสุจริตและเที่ยงธรรม ได้รับความร่วมมืออันดีจากทุกฝ่าย กระทรวงมหาดไทยจึงได้แจ้งให้ทุกจังหวัดถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการออกเสียงประชามติ โดยให้ข้าราชการพนักงานเจ้าหน้าที่ลูกจ้าง ขอความร่วมมือกลุ่มอาสาสมัคร กลุ่มเครือข่ายต่าง ๆ ในสังกัดทุกประเภท ทุกระดับ ในส่วนกลางส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ให้ความร่วมมือช่วยเหลือสนับสนุนในการดำเนินการออกเสียงประชามติให้เกิดความถูกต้องโปร่งใส และดำเนินการอื่นที่จำเป็นเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งร้องขอ รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภททุกระดับวางตัวเป็นกลางในการออกเสียงประชามติอย่างเคร่งครัด ไม่ปฏิบัติการใด ๆ ในลักษณะชี้นำให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงไปลงคะแนนออกเสียงเห็นชอบหรือ ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ให้หน่วยงานด้านสื่อต่าง ๆ ของรัฐ อาทิ สื่อวิทยุ และโทรทัศน์เผยแพร่ข่าวสารการออกเสียงประชามติอย่างต่อเนื่องทั่วถึง เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนไปออกเสียงใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด
ปลัด มท. กล่าวว่า สำหรับบทบาทของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่ในการสนับสนุนการออกเสียงประชามติ กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. การให้ความร่วมมือคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในการเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบทบัญญัติและสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ การจัดอบรมวิทยากรซึ่งจะเป็นผู้ที่ลงไปขยายความรู้ในระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างกว้างขวางและทั่วถึง
2. การอำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เช่น การสนับสนุนบุคคลากร สถานที่ การจัดหน่วยออกเสียง และตรวจสอบทะเบียนราษฎรในส่วนของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติทั่วประเทศ จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงของแต่ละหน่วยออกเสียงและแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงในทะเบียนบ้านไปยังเจ้าบ้านให้ทราบก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่า 15 วัน และการรับลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัด ซึ่งผู้มีสิทธิออกเสียงจะต้องยื่นคำขอลงทะเบียนก่อนวันออกเสียงอย่างน้อย 30 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 7 กรกฎาคม 2559 ในวันและเวลาราชการ โดยยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือ นายทะเบียนท้องถิ่นผ่านทางไปรษณีย์ สามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน ซึ่งจะปิดก่อนการยื่นด้วยตนเอง เช่น เดียวกับการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตเว็บไซต์http://election.dopa.go.th ซึ่งเป็นวิธีการใหม่ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิลงคะแนนโดยสามารถยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นระบบจะปิดการรับสมัครในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 30 มิถุนายน 2559
3. ด้านการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการออกเสียงประชามติ และการช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และพนักงานฝ่ายปกครอง ถือเป็นผู้มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยตามกฎหมาย โดยในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทยจะร่วมกับหน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ดูแลไม่ให้มีผู้ใดกระทำการผิดกฎหมายการออกเสียงประชามติ อาทิ การกระทำที่มีลักษณะก่อความวุ่นวาย เป็นอุปสรรคแก่การออกเสียง การขัดขวางหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไปใช้สิทธิ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการออกเสียงให้แก่ประชาชนผู้มาใช้สิทธิด้วย
มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในวันดียวกัน ( 8. พ.ค.) นายกฤษฎา บุชราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีการไลน์เข้ากลุ่มผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย “ด่วนที่สุด” เรียน ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจสังกัดมท.ส่วนกลางและผวจ. นายอำเภอรวมทั้งส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยในระดับจังหวัดและอำเภอทุกจังหวัด และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เรื่อง “การประชุมชี้แจงข้อราชการสำคัญผ่านระบบสื่อสารเครือข่ายมหาดไทย” โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วยกระทรวงมหาดไทยมีข้อราชการสำคัญเร่งด่วนรวม 3 เรื่องคือ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย การบริหารโครงการงบประมาณหมู่บ้านละ200,000 บาท และการเตรียมการให้ความร่วมมือกับ กรธ.และกกต. ในการทำประชามติและขอรับฟังปัญหาอุปสรรคในการปฎิบัติในพื้นที่จังหวัด และอำเภอใน 9 พ.ค.59 ระหว่างเวลา 10.00 น. -12.00 น.ที่ห้องประชุม 1 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยจะมีการถ่ายทอดผ่านระบบสื่อสารทุกช่องทางของ มท. ไปยังศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด และที่ว่าการอำเภอทุกแห่งโดยพร้อมเพียงกัน
รวมถึงขอให้ผู้บริหารส่วนกลางตั้งแต่รองปมท. อธิบดีทุกกรม ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจหรือผู้แทน ซึ่งไม่ควรต่ำกว่าระดับรองอธิบดีหรือผู้ช่วยผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจได้เข้าร่วมประชุมด้วยในสำนักงานปลัดกระทรวง ขอให้ทปษ. และผช.ปมท.รวมทั้งผอ.สำนัก ผอ.กอง และผอ.ส่วนหรือเทียบเท่าเข้าประชุมด้วย ในระดับกรมจะให้ ผอ.สำนักที่เกี่ยวข้องและเลขานุการกรมเข้าร่วมประชุมที่กระทรวงมหาดไทยด้วยก็ได้
นอกจากนี้ในระดับจังหวัดให้ผวจ. และหรือรองผวจ. ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัดรวมทั้งหัวหน้าส่วนสังกัดมท. ในจังหวัดและผู้จัดการรัฐวิสาหกิจสังกัด มท. ในจังหวัดเข้าร่วมประชุมด้วย อย่างไรก็ตามในไลน์นัดประชุมของ ปลัด มท. ยังระบุอีกว่า ในระดับอำเภอขอให้นายอำเภอและหรือปลัดอำเภอพร้อมส่วนราชการสังกัดมท.ในระดับอำเภอเข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งให้แจ้งกำนัน และผู้ใหญ่บ้านตัวแทนตำบลละอย่างน้อย2 นายมาประชุมที่อำเภอด้วย สำหรับการถ่ายทอดการประชุมจะมีทั้งระบบVDO conference ระบบDOPA และradio/websiteต่าง ๆ สังกัดมหาดไทยรวมทั้งเครือข่ายสื่อสารมหาดไทยทุกระบบ
ขอมอบหมายให้ รอง ปมท. แต่ละท่านประสาน ผวจ.ตามพื้นที่รับผิดชอบทราบข้อความข้างต้น รวมทั้งให้ผช.ปมท.ทั้ง2 ท่านประสานผู้บริหาร รัฐวิสาหกิจสังกัด มท. ทราบข้อความข้างต้นด้วย สำหรับศูนย์สื่อสารภาคทั้งสังกัดสป.มท.และกรมปค.รวมทั้งศูนย์ ปภ.เขตทุกเขตให้เข้าร่วมถ่ายทอดการประชุมและเฝ้าฟังการประชุมโดยพร้อมเพียงกันด้วย นอกจากนี้ในข้อความท้ายในการสั่งการ ปลัด มท. ได้กล่าวระบุ “ขอขอบคุณพวกเราทุกคนที่ได้เสียสละทุ่มเทการทำงานเพื่อประเทศชาติ และประชาชนมาโดยตลอดครับ”


