"ทนายนกเขา" ยื่นค้านไม่ให้ "ป.ป.ช." ถอนฟ้องคดีสลายพธม.ปี51 ด้าน "ปานเทพ" ลั่นถ้าดื้อเดินหน้าต่อ - ป.ป.ช.เจอฟ้องแน่นอน
นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นายปานเทพ พัวพงศ์พันธุ์ อดีตโฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมด้วยญาติผู้สูญเสีย และมวลชนกลุ่มพันธมิตรฯจำนวนหนึ่ง เดินทางมายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อคัดค้านและขอให้ทบทวนการถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 2551 โดยมีนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ เป็นผู้รับหนังสือ ซึ่งในการยื่นหนังสือครั้งนี้มีทหารเข้าสังเกตการณ์พร้อมถ่ายรูปกลุ่มมวลชนเป็นระยะ ๆ
นายนิติธร กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ทบทวนการพิจารณาถอนฟ้องคดีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 เนื่องจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ไม่ได้กำหนดอำนาจดังกล่าวเอาไว้ โดยในมาตรา 86 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว ระบุว่า เรื่องที่ศาลรับฟ้องในประเด็นเดียวกันและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล หรือที่ศาลพิจารณา หรือมีคำสั่งเด็ดขาดแล้ว ห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยกข้อกล่าวหานั้น แต่หาก ป.ป.ช. ยื่นถอนฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจริง ต้องมีการฟ้องร้องกันใหม่อยู่ดี ส่วนที่ระบุว่าได้พยายามให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหานั้น หากผู้ถูกกล่าวหามีหลักฐานใหม่ตามที่อ้างก็ควรให้ไปยื่นหลักฐานนั้นต่อศาลจะเหมาะสมกว่า
นายนิติธร กล่าวอีกว่า ดังนั้น ป.ป.ช. จำเป็นต้องทบทวนและยุติเรื่องนี้ เพราะถ้าทำต่อจะมีการฟ้องร้องกรรมการ ป.ป.ช. และต้องพิจารณาต่ออีกประเด็นว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เคยเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. (จำเลยคดีดังกล่าว) จึงถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องดูว่าประธาน ป.ป.ช. จะพิจารณาเรื่องนี้ได้หรือไม่ ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯจะหารือกับสภาทนายความที่เป็นทนายผู้รับผิดชอบคดีนี้ และจะหารือกับพี่น้องประชาชนเพื่อขอรับฟังการพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯด้วย
“มีข้อสังสัยหลายประการ ด้วยระยะเวลาที่กรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือน เชื่อว่าไม่สามารถอ่านสำนวนคดีนี้ได้ทันอย่างแน่นอน ขอให้กลับไปอ่านให้ดีว่ากรรมการ ป.ป.ช. ชุดที่แล้ว พิจารณาสำนวนคดีนี้บกพร่องตรงไหน อย่างไร เนื่องจากศาลฎีกาฯรับฟ้องแล้ว ถือว่าคดีมีมูลอย่างแน่นอน อย่ามาทำลายความยุติธรรม ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะลำบากไปด้วย ต้องรื้อกรรมการสรรหาใหม่ และกรรมการสรรหาชุดนี้ต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบันด้วย” นายนิติธร กล่าว
เมื่อถามว่า การกระทำดังกล่าวจะส่งผลต่อการสู้คดีในชั้นศาลฎีกาฯของ ป.ป.ช. หรือไม่ นายนิติธร กล่าวว่า ต้องกลับไปปรึกษาว่าจะยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานศาลฎีกา และประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาหรือไม่ นอกจากนี้จะขออนุญาตในการเข้าไปฟังการพิจารณาคดีทุกครั้ง หลังจากนี้ขอให้ ป.ป.ช. เปิดเผยคำฟ้องต่อสาธารณชนทั้งหมด และขอให้เปิดเผยหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของจำเลยทั้ง 3 ราย ว่ามีสาระสำคัญเพียงที่ ป.ป.ช. ต้องนำมาพิจารณาเอง และบัญชีพยานที่ยื่นใหม่มีใครบ้าง ขณะเดียวกันมีข้อสังเกตถึงพยานฝ่าย ป.ป.ช. ที่ไม่ได้เดินทางมาไต่สวนที่ศาลฎีกาฯ ทำไมถึงไม่เดินทางมาด้วย
ด้านนายปานเทพ กล่าวว่า ที่รัฐบาลประชาสัมพันธ์กันว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง แต่องค์กรปราบโกงไปเป็นองค์กรที่ฟอกความผิดให้กับคนอื่น ถามว่ารัฐธรรมนูญจะปราบโกงได้อย่างไร ถ้า ป.ป.ช. ไปฟอกความผิดให้คนในรัฐบาลชุดนี้ ถามว่า คสช.จะยึดโยงอำนาจอีก 5 ปีไปเพื่ออะไร อย่าว่าแต่ 5 ปี อยู่ต่ออีกวันเดียวก็ไม่รู้จะอยู่เพื่อปฏิรูปได้อย่างไร ดังนั้น ถ้าป.ป.ช. ฝืนพิจารณาเรื่องนี้ ก็ต้องเรียกร้องไปยังรัฐบาลเพื่อให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 หยุดยั้งกระบวนการถอนฟ้องคดีนี้ ทั้งนี้ คดีที่ค้างคาอยู่ใน ป.ป.ช. มีมากมายมหาศาล คดีหมดอายุความไปก็มาก เพียงแค่สะสางคดีเก่ายังทำไม่ทันเลย นับประสาอะไรกับเวลาน้อยนิดแค่นี้ที่จะไปถอนฟ้อง คดีนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจึงจำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบในคดีอาญา พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะไม่คืนความเป็นธรรมให้ผู้ได้รับผลกระทบเลยหรือ ตนอยากไม่เรื่องนี้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
“อดีตแกนนำพันธมิตรฯได้หารือเรื่องกันมาตลอด หากจำเป็นอดีตแกนนำที่เคยยุติบทบาทไปแล้วอาจต้องทบทวนบทบาทใหม่ ถ้า ป.ป.ช. ชุดนี้มาฟอกความผิดให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ผมจำได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าดีแล้วที่อดีตแกนนำพันธมิตรฯประกาศยุติบทบาท ท่านอย่าได้ทำเรื่องนี้หรือบีบบังคับให้อดีตแกนนำพันธมิตรฯต้องกลับมารวมตัวกันเพื่อดำเนินการกับรัฐบาลชุดนี้” นายปานเทพ กล่าว





