วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลโชว์ผลงาน ออกฏหมายใช้แล้ว 151 ฉบับ

"โฆษกรัฐบาล" โชว์ผลงานออกฏหมายใช้แล้ว 151 ฉบับ เหลือออกกฎหมายรองอีก 56 ฉบับ ร่างกฎหมายสำคัญ 20 ฉบับ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงแผนงานการออกกฎหมายของรัฐบาลตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งตั้งแต่ ปี2557-2560ว่าจะมีการดำเนินการอะไรบ้าง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเคยให้นโยบายแล้วว่าในภายใต้รัฐบาลชุดนี้ มีกฎหมายใดที่ล้าสมัยหรือมีกฎหมายใดที่ลดความเหลื่อมล้ำ ก็ต้องเร่งปรับปรุงพัฒนาออกมารวมถึงกฎหมายการค้าการลงทุน ซึ่งมีความผูกพันกับสนธิสัญญากับต่างประเทศก็ต้องเร่งปรับปรุงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้สรุปแผนงานดังกล่าวต่อที่ประชุมว่ากฎหมายที่ประกาศใช้แล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 151 ฉบับ แบ่ง เป็น 2 ส่วน คือ1.กฎหมายที่จำเป็นต้องออกกฎหมายรอง เช่น พ.ร.ก. กฎกระทรวง จำนวน 56 ฉบับส่วนที่เหลือถือเป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ในตัวแล้ว ทั้งนี้ กฎหมาย จำนวน 56ฉบับที่ต้องออกกฎหมายรองนั้น แล้วเสร็จไปแล้ว 29 ฉบับ เหลืออีก 27ฉบับจำเป็นต้องดำเนินการต่อโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายวิษณุยังได้สรุปถึงร่างกฎหมายสำคัญที่แต่ละกระทรวงต้องเร่งดำเนินการหาข้อยุติให้ได้ก่อนส่งกลับมาให้พิจารณา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 ฉบับ เช่นร่างพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรมได้ถอนออกไปเพื่อนำกลับไปหารือกับกระทรวงมหาดไทยหลังพบปัญหาอำนาจทับซ้อนในระดับพื้นที่ นอกจากนั้นร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ซึ่งอยู่ที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอยู่ระหว่างรอหารือกับสมาคมยาสูบ ร่าง พ.ร.บ.มาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา ร่างพ.ร.บ.แก้ไขประมวลวิธีพิจารณาความอาญาที่มีปัญหาว่าสำนักงานศาลยุติธรรมต้องการให้คดีอาญายุติในชั้นศาลอุทธรณ์ แต่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าคดีอาญา เป็นเรื่องจำคุกต่างกับคดีทางแพ่ง

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายวิษณุยังได้กล่าวในที่ประชุมถึงการเสนอร่างกฎหมาย การตรวจพิจารณาร่างกฎหมายหรือการหารือขอความเห็นทางกฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีรายละเอียดปลีกย่อยจำนวนมากจึงอยากฝากแต่ละกระทรวงดำเนินแก้ไขให้เรียบร้อย ได้แก่1.สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้แนวคิดแต่ละกระทรวงในการร่างกฎหมายว่า ถ้าอยากเขียนกฎหมายอะไรให้เล่าจุดประสงค์มาก่อนแล้วให้กฤษฎีกาช่วยยกร่างให้จะทำให้วิธีการเสนอร่างกฎหมายง่ายและรวดเร็วขึ้น 2.เรื่องใดก็ตามที่สามารถดำเนินการโดยมาตรการทางการบริหารได้ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมาย ก็อย่าไปออกให้เป็นกฎหมายเพราะจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ 3.รายละเอียดข้อกฎหมายในอดีตที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิยื่นเรื่องขออนุญาตทำเรื่องต่างๆนั้นจะต้องลดส่วนนี้ลงไป เพราะปัจจุบันมีพ.ร.บ.อำนวยความสะดวกแล้ว ความเชื่อมโยงของหน่วยงานราชการขณะนี้มีความพร้่อมแล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องการเขียนกฎหมายของแต่ละกระทรวงอย่าให้ขัดแย้งกับสนธิสัญญากับต่างประเทศและแต่ละกระทรวงต้องจัดลำดับความสำคัญกฎหมายเร่งด่วนต้องแจ้งต่อกฤษฎีกาให้ทราบ จะได้เร่งพิจารณาให้ก่อนไม่เช่นนั้นก็จะพิจารณาไปตามลำดับก่อนหลัง

"ข้อห่วงใยทั้งหมดนี้จะทำให้การเสนอกฎหมายของรัฐบาลเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ว่าเราจะสามารถผลิตกฎหมายที่จำเป็นต่อการบริหารราชการแผ่นดินและแก้ไขปัญหาต่างๆ ไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม

ส่วนรายละเอียดของแผนที่จะเสนอว่า ระหว่าง พฤศจิกายน 58 - ตุลาคม 59จำนวน 190 ฉบับ จะเป็นไปตามเป้านี้ได้ก็ด้วยข้อสังเกตของนายวิษณุที่ได้กล่าวไป" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว