“สมชัย” ยันดำเนินคดีเพจป่วนประชามติ ไม่ผิดกม. ชี้ทำผิดอาญาปชช.ผู้เห็นเหตุการณ์ยื่นฟ้องเองได้
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงว่า ตนได้คุยโทรศัพท์กับนายอุดม รัฐอมฤติ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หลังมีข่าวว่าออกมาระบุว่าตนทำผิดกฎหมายในกรณีที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์ข้อความเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประชามติ โดยได้รับการยืนยันจากนายอุดมว่าไม่ได้พูดตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนั้นสามารถแยกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มแรกการคัดค้านการออกเสียงประชามติเนื่องจากมีการทุจริต กรรมการไม่เป็นกลาง มีการดำเนินการที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้จัดการออกเสียงใหม่ในบางพื้นที่ ซึ่งจะต้องเข้าสู่ที่ประชุม กกต. ส่วนเรื่องทำผิดอาญาไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ที่ประชุม กกต. ดังนั้นการที่ตนไปแจ้งความจึงไม่ผิดกฎหมายตามที่มีการกล่าวหา และประชาชนก็สามารถใช้สิทธิดำเนินคดีได้ด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีข่าวว่าตนถูก กกต.คนอื่นตำหนิว่าออฟไซด์ ก็ไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีการพูดเรื่องนี้ โดยยืนยันว่ากกต.ทุกคนเข้าใจตรงกัน อย่างไรก็ตามหลังการประชุม กตต.พรุ่งนี้ (29 เม.ย.) นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้งด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย จะได้ชี้แจงเกี่ยวกับกระบวนการร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำความผิดผ่าน กกต.ว่าสามารถทำในช่องทางใดได้บ้าง นอกจากนี้ในวันพรุ่งนี้จะมีการพิจารณาร่างประกาศกกต.เกี่ยวกับแนวทางที่สามารถทำได้หรือไม่ได้เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนต่อสังคม
“เพจที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ใช้ถ้อยคำหยาบคายจนไม่สามารถเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนได้ ซึ่งหากกระทำโดยตัวบุคคลก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่กระทำเป็นกลุ่ม องค์กรที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมจึงควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะต้องเป็นแบบอย่างไม่ควรมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้กระทำผิดได้เมื่อวานนี้ (27เม.ย.) จึงถือว่าจบแล้วเพราะรับสารภาพว่าโพสต์ข้อความด้วยตัวเองเนื่องจากไม่พอใจกับบรรยากาศทางการเมือง และไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย แต่กระบวนการสอบสวนต้องดำเนินการต่อเพื่อส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งถือเป็นคดีตัวอย่างว่าการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญว่าจะรับหรือไม่รับหากใช้เหตุผลสามารถทำได้ แต่ถ้าใช้ถ้อยคำหยาบคาย รุนแรง เชื่อมโยงไปยังเรื่องรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็เข้าองค์ประกอบความผิด จึงเป็นอุทธาหรณ์แก่ประชาชนทั่วไป โดยหวังว่าการใช้ถ้อยคำรุนแรงจะหมดไป เพราะบรรยากาศขณะนี้ไม่ดีมีการใช้คำรุนแรงโดยไม่รับผิดชอบจึงอยากให้เปลี่ยนเป็นสังคมที่ใช้เหตุผล และยืนยันว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติ
นายสมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าทหารจังหวัดนครสวรรค์แจกใบปลิวรณรงค์ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องตรวจสอบก่อนโดยจะรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาว่าเป็นการกระทำผิดหรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่กรณีที่พบความผิดเองแต่เป็นการนำเสนอโดยสื่อมวลชน ทั้งนี้กฎหมายให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถรณรงค์ให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญด้วย แม้จะออกความเห็นในนามส่วนตัวก็ต้องระมัดระวังเรื่องตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วย ดังนั้นทุกฝ่ายจึงต้องระมัดระวังด้วยโดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ทั้งนี้ นายสมชัย ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. และนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้องค์กรต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์การลงประชามตินั้น เป็นการชี้นำหรือกดดัน กกต.หรือไม่ โดยนายสมชัย กล่าวยืนยันว่า กกต.จะพิจารณาตามกฎหมายซึ่งจะต้องนำเข้าที่ประชุมเพื่อตัดสินใจร่วมกัน อย่างไรก็ตามหากต่างชาติเข้ามาดูก็ถือว่าเป็นเรื่องโปร่งใส เรียนรู้ระบบงาน ไม่ถือเป็นการแทรกแซง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน





