“โฆษก กรธ.” เผยกรธ. เตรียมทำหนังสือขอองค์กรสื่อฯ ขอให้เผยแพร่ร่างรธน. หวังคุ้มครองการทำงาน-ไม่เข้าข่ายผิดตามกม.ประชามติ
นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ว่ากรธ. ได้หารือต่อการดำเนินการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญในองค์กรสื่อมวลชน โดยนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน กรธ. เตรียมทำหนังสือไปยังองค์กรสื่อ เพื่อขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สื่อมวลชนได้รับความคุ้มครองในการนำเสนอรายละเอียดที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เห็นว่าหากไม่ทำ อาจทำให้สื่อมวลชนไม่ได้รับคุ้มครองและเข้าข่ายทำผิดตามกฎหมายประชามติได้ แต่การดำเนินการดังกล่าวยังต้องอยู่บนพื้นฐานของการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชนด้วยว่า ต้องไม่บิดเบือน และเป็นสาเหตุที่ทำให้สังคมทะเลาะกัน
นายอุดม กล่าวถึงการประสานงานร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเวลาออกอากาศทางวิทยุและโทรทัศน์ต่อเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ คำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นเพิ่มเติม คำอธิบายหลักการและเหตุผลของประเด็นเพิ่มเติม กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียง และการจัดสรรเวลาออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2559กำหนดไว้ในข้อ17ว่า ก่อนหน้านั้นนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. เคยให้ข้อมูลกับ กรธ. ถึงการออกอากาศดังกล่าว ว่าจะมีทั้งหมด10ครั้ง และแบ่งให้ กรธ. จำนวน2ครั้ง และให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน1ครั้ง ส่วนที่เหลือกกต. จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งรอบที่คุยดังกล่าวยังไม่ได้กำหนดเนื้อหาว่าจะมีรายละเอียดอย่างไร แต่ทราบว่าจะไม่มีลักษณะของการดีเบตแน่นอน ส่วนการเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญนั้น เบื้องต้นคาดว่า กรธ. ไม่ต้องหารือร่วมกับ กกต. อีก เพราะตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559กำหนดหน้าที่ไว้ชัดเจน และไม่มีข้อบังคับให้2องค์กรทำงานร่วมกัน ขณะที่ในประเด็นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ที่ กกต. จะเป็นผู้ออกหลักเกณฑ์และวิธีการแสดงความเห็นว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้นั้น กรธ. คงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะเป็นอำนาจของกกต.
“ผมแปลกใจกับสิ่งที่คุณสมชัยไปแจ้งความดำเนินคดีกับองค์กรกองทุนในจังหวัดขอนแก่น เพราะโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คว่ามีความผิดตามกฎหมายประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ทำได้โดยตัวบุคคลหรือไม่ เพราะตามกฎหมายประชามตินั้น กรณีจะวินิจฉัยว่าผู้ใดทำผิดกฎหมายนั้นต้องทำในรูปแบบของคณะกรรมการและต้องมีมติของกรรมการ” นายอุดม กล่าว

