วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.เผยแรงงานไทยป่วยสารพัดโรค

สธ.เผยแรงงานไทยสารพัดโรครุมเร้า กระดูกและกล้ามเนื้อ-พิษสารกำจัดศัตรูพืช-อ้วน-เอ็นซีดี-สุขภาพจิต

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เดือน มี.ค.2559 พบว่าประเทศไทยมีประชากรวัยแรงงานที่มีงานทำจำนวน37.61ล้านคน และพบ1ใน10ของประชากรวัยแรงงานมีปัญหาสุขภาพ ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลโรคจากการประกอบอาชีพปี2553-2557ว่ามีปัญหาเรื่องกระดูกและกล้ามเนื้อ72.26ต่อแสนประชากร โรคพิษจากสารกำจัดศัตรูพืช12.21ต่อแสนประชากร และมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคอ้วน โรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรคเอ็นซีดี อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ระหว่างอายุ15-19ปี ในผู้ชาย สาเหตุมาจากการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดรองลงมาคือ มะเร็ง หัวใจและหลอดเลือด ส่วนผู้หญิงเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากที่สุด รองลงมาโรคหัวใจและหลอดเลือดและอุบัติเหตุ

“ยังพบมีปัญหาสุขภาพจิต ส่วนใหญ่มีภาวะเครียด วิตกกังวลจากโรคเรื้อรัง และภาวะหนี้สิน6,231ราย และมีปัญหาทางจิตเวช4,845ราย ปัญหาความรัก1,600ราย และปัญหาสัมพันธภาพในที่ทำงาน ต้องการเปลี่ยนงาน256ราย อย่างไรก็ตามขณะนี้ประเทศไทยมีสภาพอาการที่ค่อนข้างร้อนจัดดังนั้นขอให้ประชาชนที่ทำงานกลางแจ้งดูแลสุขภาพ และระวังโรคที่เกิดจากความร้อนด้วย” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

ด้านนพ.บุญเลิศ ศักดิ์ชัยนานนท์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในส่วนของแรงงานในระบบประกันสังคม สธ.มีการจัดโครงการสถานประกอบการ ปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ซึ่งมีสถานประกอบการเข้าร่วม1,800แห่ง ผ่านการประเมิน300แห่ง เปิดคลินิกโรคจากการทำงานในในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป97แห่ง คัดกรองโรคก่อนส่งรักษาตามสิทธิ ส่วนแรงงานงานนอกระบบได้มีการตั้งคลินิกอาชีวะอนามัยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)เพื่อคัดกรองปัญหาสุขภาพ หากพบผิดปกติจะส่งต่อไปรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกฎหมายบังคับให้สถานประกอบการต้องตรวจสุขภาพลูกจ้างปีละ1ครั้ง แต่ที่ผ่านมาขาดการนำตัวเลขมาวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ จึงต้องเร่งสร้างฐานข้อมูลดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วย

นพ.สมพงษ์ ชัยโอภานนท์ นักวิชาการสาธารณสุข ด้านโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเน้นการรับประทานอาหารเช้าเพราะเป็นมื้อที่สำคัญ หากไม่รับประทานจะทำให้ร่างกายขาดน้ำตาล ทำให้อารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว กระทบต่อการทำงานได้ ส่วนมื้อกลางวันขอให้รับประทานตามปกติเลี้ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่นเดียวกับมื้อเย็นซึ่งไม่ได้ทำงานแล้วร่างกายต้องการพักผ่อนขอให้เลี่ยงอาหารไขมันสูง ในทุกมื้อขอให้รับประทานผลไม้อย่างน้อย8-10ชิ้น ระหว่างวันให้ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย8แก้ว ขอให้ขยับร่างกายบ้าง หรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับไม่เกิน22.00น.