วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ครม.' ตีกลับ 'ร่างกม.ศาลยุติธรรม'

"พล.ต.สรรเสริญ" เผย ครม. ตีกลับ "ร่างกม.ศาลยุติธรรม" หลังเสนอให้ร่นเวลาพิจารณาคดีให้สั้นลง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติไม่อนุมัติในหลักการเรื่องการประมวลกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องของศาล โดย สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้นำเสนอในเรื่องนี้ ซึ่งระบบศาลที่ใช้ในปัจจุบันมี 3 ศาล คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา โดยคดีหนึ่งใช้ระยะเวลาไม่น้อย มีตั้งแต่เร็วไปจนถึง 10 ปี ศาลฎีกาบางคดีใช้เวลา 5 - 10 ปี เพราะฉะนั้นศาลยุติธรรมมองว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้นไม่สามารถจะอำนวยประโยชน์ให้ประชาชน ในเรื่องคดีความสะดวกรวดเร็วได้ จึงได้ตรวจสอบถึงข้อขัดข้องและพบว่า คดีความเข้าสู่ศาลฎีกาเยอะ ผู้พิพากษามีจำนวนน้อย ทำให้เรื่องค้างคาจึงใช้เวลานาน ซึ่งบางคดีมีการแก้ไขกฎหมายเป็นรายปลีกย่อย

ทั้งนี้ ทางสำนักงานศาลยุติธรรมมีความคิดว่า เมื่อบางคดีได้แก้ไขแนวทางการดำเนินการให้สิ้นสุดแค่ศาลอุทธรณ์ คดีแพ่งที่ออกเป็นกฎหมายให้สิ้นสุดแค่ศาลอุธรณ์เหมือนกัน โดยคำว่าจบในขั้นตอนศาลอุทธรณ์ ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถฎีกาได้ แต่การฎีกาจากเดิมที่เป็นระบบสิทธิ คือ ทุกคดีสามารถมีสิทธิ์ในการฎีกา ปัจจุบันใช้หลักการทางด้านการอนุญาต สำหรับคดีแพ่งหรือคดีอาญาบางคดี ถ้าจะฎีกาศาลจะตั้งองค์คณะเพื่อที่จะพิจารณาถึงความเหมาะสมที่จะฎีกาหรือไม่ ถ้าเหมาะสมก็จะรับให้ฎีกา แต่ถ้าไม่เหมาะสมก็ให้จบแค่ศาลอุธรณ์

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ทั้งนี้ปรากฎว่าสิ่งที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้ยื่นในหลักการแนวทางนี้ มีหลายหน่วยงานไม่เห็นพ้องด้วย โดยเห็นว่าเรื่องคดีแพ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทอง แต่เรื่องคดีอาญาเป็นเรื่องชีวิตและสิทธิเสรีภาพไม่ควรไปตัดกลไก หรือกระบวนการขั้นตอนให้สิ้นสุดแค่ศาลอุธรณ์ ควรจะปล่อยให้เขาสู้จนครบ 3 ศาล เพราะฉะนั้นวันนี้ ครม.พิจารณาแล้วว่า สมควรที่จะขอให้สำนักงานศาลยุติธรรมได้นำเรื่องนี้กลับไปทบทวนดูอีกครั้ง ว่ามีแนวทางในการปรับแก้ไขอย่างไร โดยได้รับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ไปดำเนินการ