วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯให้อำนาจ'ผบ.ตร.' แต่งตั้ง สว.-รองผบก.

"พงศพัศ" แจงนายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ให้อำนาจ "ผบ.ตร." แต่งตั้ง สว.-รองผบก. เสร็จสิ้น 30 เม.ย. ยันโปร่งใสเป็นธรรม

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาเหตุผลความจำเป็นในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร(สว.)ถึงรองผู้บังคับการ(รอง ผบก.)วาระประจำปี 2558 พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผบช.สง.ก.ตร.และ พล.ต.ต.สรไกร พูนเพิ่ม ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่ง คสช.ที่ 23/2559 ลงวันที่ 26 เม.ย. 2559 โดยอาศัยความตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว. ถึง รองผบก. วาระประจำปี 2558 ว่า เดิมทีในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ในวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ ผบ.ตร.ใช้อำนาจตามมาตรา 56 ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว.-รองผบก.วาระประจำ ปี 2558 โดยกำหนดเงื่อนไขพิเศษ 5 ข้อ

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า แต่เนื่องจากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจดังกล่าว ได้ขยายเวลามาหลายครั้ง ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจ ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ มีความห่วงใยการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับ สว.-รองผบก. เนื่องจากตำรวจระดับนี้ต้องปฏิบัติงานใกล้ชิดประชาชนในพื้นที่ หากการแต่งตั้งที่ล่าช้ามานาน และหากต้องล่าช้าออกไปอีก จะส่งผลกระทบขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

"ท่านนายกฯ ได้ให้นโยบายมาชัดเจนว่า การแต่งตั้งโยกย้ายระดับนี้ต้องแล้วเสร็จภายในเดือนเม.ย. เพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายเสร็จสิ้นตามกรอบเวลา หาก ผบ.ตร.ใช้อำนาจตามมาตรา 56 ก็จะติดขัดเรื่องการขอยกเว้นหลักเกณฑ์ต่างๆ ต้องนัดประชุม ก.ตร.อีกหลายครั้ง หลายวาระ เนื่องจากการแต่งตั้งขึ้นข้ามหน่วย หรือ ยกเว้นหลักเกณฑ์จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จึงได้หารือกับ นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมนำเรียนถึงปัญหา และอุปสรรค์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบตามที่ ผบ.ตร.เสนอในการใช้มาตรา 44 เพื่อทำให้การแต่งตั้งเกิดขึ้นได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ " พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวและว่า

“การใช้มาตรา 44 ทำให้กระบวนการแต่งตั้งสั้นลง สามารถดำเนินการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จในกรอบเวลาได้ แต่หากใช้อำนาจตามมาตรา 56 ยังซึ่งจะต้องนำเข้าสู่วาระการประชุม ก.ตร.อีกหลายครั้ง อาจจะต้องขยายเวลาออกไปอีกไม่น้อยกว่า 30 วัน ตรงนี้จะขัดกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่มองว่าการแต่งตั้งไม่ควรจะเนิ่นช้าออกไปอีก เพราะขณะนี้ก็เกินครึ่งปีแล้ว เรื่องนี้กระทบโดยตรงต่อการทำงาน อย่างตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างหัวหน้าสถานีตำรวจไม่มีคนไปแทน ต้องตั้งคนไปรักษาราชการแทนไปก่อน คนทำงานอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะถูกโยกย้ายเมื่อใด ตรงนี้กระทบโดยตรงต่อการทำงาน ที่สำคัญกระทบต่อการบริการประชาชน เรื่องนี้นอกจากเกี่ยวพันต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจแล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นใจในระบบการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นส่วนหนึ่งในความตั้งใจของนายกฯ ในการปฏิรูปองค์กรตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลอยู่แล้ว"

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า หากตำรวจได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง การแต่งตั้งมีประสิทธิภาพ การแต่งตั้งเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง สามารถปูนบำเหน็จให้คนทำงานได้มีความก้าวหน้า และหากการแต่งตั้งเป็นไปตามกรอบเวลา จะทำให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพ มีขวัญกำลังใจ และเป็นไปตามจุดมุ่งหมายของรัฐบาลที่ต้องการให้ตำรวจเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการดูแลปัญหาบ้านเมือง ฉะนั้นการใช้มาตรา 44 เป็นตามความตั้งใจของ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้การบริหารบุคคลมีประสิทธิภาพ สร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจระดับล่าง ซึ่งทำงานใกล้ชิดประชาชน” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว

“หลังจากนี้ ผบ.ตร.จะออกหลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้ง คาดว่าภายในวันที่ 27 เม.ย.นี้ จะสามารถออกหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง ซึ่งหลักเกณฑ์ตรงนี้สามารถตรวจสอบได้ โดยหลักการจะยึดแนวทางการ และวิธีการแต่งตั้งเดิม คำนึงถึงความเป็นธรรม และสิทธิประโยชน์ที่ตำรวจเคยได้รับจะไม่หายไป หลังจากนั้นจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตามแม้ ผบ.ตร.จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการแต่งตั้ง โดยไม่ต้องเข้าก.ตร.อีก แต่จะมีการเปิดโอกาสให้ ผบช.แต่ละหน่วยเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งตั้งด้วย ยืนยันว่าจะดำเนินการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ผบ.ตร.ให้คำมั่นว่าการแต่งตั้งครั้งนี้จะคงไว้ซึ่งสิทธิประโยชน์ที่ตำรวจควรได้รับ มีความเป็นธรรม คนทำงานจะได้รับการปูนบำเหน็จ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจของข้าราชการตำรวจในภาพรวม ” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว