วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

อดีตนายกฯ 'บรรหาร' ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว

อดีตนายกฯ 'บรรหาร' ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว

"บรรหาร ศิลปอาชา" อดีตนายกฯ ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคหอบหืด รวมอายุ 83 ปี เตรียมเคลื่อนศพไปวัดเทพศิรินทร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ (23 เม.ย.) ว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ด้วยอาการสงบในวัย 83 ปี 8 เดือน หลังเข้ารับการรักษาตัวเนื่องจากอาการภูมิแพ้ หอบหืด กำเริบ ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ทางศิริราชพยาบาล จะเป็นผู้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง อย่างไรก็ตามทางญาติจะมีการเคลื่อนศพไปวัดเทพศิรินทร์ในวันเดียวกัน

สำหรับอาการป่วยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกนำตัวส่งมาที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นการด่วน เมื่อช่วงเช้าวันที่21เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการของโรคภูมิแพ้ ทำให้หายใจไม่สะดวก ขณะนี้ บรรหารยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤต

​ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่บึงฉวาก สุพรรณบุรี ”บรรหาร” วัย 84 ปี ได้เปิดให้ชาวสุพรรณบุรี เข้ามาขอพรและรดน้ำขอพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย

​ดังที่ทราบ บรรหารเป็นนักการเมืองในดวงใจของชาวสุพรรณบุรีมานานร่วม 40 กว่าปี

​เมื่อหลายปีก่อน บรรหารได้สร้างพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร หรือ อุทยานมังกรสวรรค์ ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี เพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษของเขาที่มาข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองจีน

​แน่นอน บรรพบุรุษของบรรหาร ก็อพยพหนีความยากจนมาสร้างเนื้อสร้างตัวที่ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี

​ที่ตลาดทรัพย์สิน ต.ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณ ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ไม่กี่เดือน เซ่งกิม กับ สายเอ็ง แซ่เบ๊ ได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อ เต็กเซียง แซ่เบ๊ หรือชื่อไทย บรรหาร ศิลปะอาชา

​บรรหารจบการศึกษาชั้นประถมที่จังหวัดสุพรรณบุรี เข้ากรุงเทพมาเรียนหนังสือชั้นมัธยม แต่ต้องหยุดเรียนไป เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะหันไปทำงานกับพี่ชาย

​ปี 2499 บรรหารก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นของตัวเองชื่อ บริษัท สหะศรีชัยก่อสร้าง จำกัด ถัดจากนั้น บรรหารได้แต่งงานกับ “แจ่มใส” สาวลูกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดท่าพี่เลี้ยง คนบ้านเดียวกัน

​บรรหารกับคุณหญิงแจ่มใส มีลูก 3 คน คือ กัญจนา ,ปาริชาติ และวราวุธ

​ปี 2533 บรรหารก่อตั้งบริษัท สหศรีชัย เคมีคอลล์ จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายคลอรีนให้การประปาส่วนภูมิภาค

​บรรหารเริ่มสะสมความมั่งคั่งจากธุรกิจก่อสร้าง และขายเคมีภัณฑ์ให้การประปาฯ ทำให้เขากลายเป็น “นายกรัฐมนตรีที่ร่ำรวยที่สุด”

​อีกด้านหนึ่ง บรรหารเริ่มเข้าสู่วงการเมือง โดยเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี และได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ปี 2518

การเลือกตั้ง 4 เมษายน 2519 บรรหาร ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และได้เป็น ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย สมัยแรก

​นับตั้งแต่นั้นมา บรรหารได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.มาทุกสมัยที่มีการเลือกตั้ง

​บรรหาร ได้ก่อตั้งมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส พัฒนาการศึกษาภายในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงสร้างตึกคนไข้ตามโรงพยาบาลต่างๆ วัด สวนดอกไม้ สร้างถนนหนทาง หอนาฬิกา อาคารสาธารณประโยชน์ ฯลฯ

​ผลงานการพัฒนาท้องถิ่นที่โดดเด่น ทำให้สื่อมวลชนขนานนามสุพรรณบุรี เป็น “บรรหารบุรี”

​ปี 2538 บรรหารได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 อันเป็นความฝันสูงสุดของเขา

​ด้วยความรักของชาวสุพรรณ จึงมีการสร้างหอเกียรติยศ บรรหาร ศิลปอาชา ด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี ภายในมีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติชีวิตของ บรรหาร ศิลปอาชา ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงปัจจุบัน