วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งล้อมคอก'โกงค่าปรับ' ให้บก.จร.ควบคุมการเบิกจ่ายใบสั่ง

สั่งล้อมคอก “โกงค่าปรับ” หลังย้ายตร.จร.4นาย ให้บก.จร.ควบคุมการเบิกจ่ายใบสั่ง ชี้ได้เงินค่าปรับกว่า37ล./ปี แบ่งให้ กทม.50%

พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร (รองผบก.จร.) กล่าวถึงมาตรการป้องกันการทุจริตเก็บค่าปรับจราจรทางบก หลังจาก พล.ต.ต.มงคล อรุณโณ ผู้บังคับการตำรวจจราจร(ผบก.จร.) มีคำสั่งที่217/2559 ให้ข้าราชการตำรวจออกราชการไว้ก่อน 4 นาย มีทั้งระดับสารวัตร(สว.) และดาบตำรวจ(ด.ต.) เนื่องจากร่วมกันโกงค่าใบสั่ง ผิดวินัยร้ายแรง ว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) มีมาตรการป้องกันการทุจริตชัดเจน คือต่อไปนี้ให้ บก.จร.เป็นผู้ควบคุมการเบิกจ่ายใบสั่งค่าปรับจราจร และในการเบิกใบสั่งทุกครั้งต้องคืนใบสั่งของเก่าด้วย ที่ผ่านมาพบข้อบกพร่องคือการเบิกจ่ายไม่เป็นระบบ ไม่มีมาตรการตรวจสอบที่ชัดเจน และที่สำคัญไม่มีการคืนใบสั่งเก่าทำให้เกิดมีใบสั่งพอกพูนจำนวนมากกลายเป็นช่องโหว่ในการทุจริต

“สำหรับค่าปรับจราจรทางบกที่ บก.จร. เก็บได้เฉลี่ย 35-37 ล้านบาท/ปี ส่งให้กรุงเทพมหานคร ประมาณ 50 %/ปี ซึ่งการเก็บค่าปรับนั้นมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขแบ่งค่าปรับเป็นหลายส่วน อาทิ สมมุติเก็บได้ 100 บาท ส่งให้ กรุงเทพมหานคร 50 บาท อีก 5 บาท ส่งเข้ากองทุนสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล(สส.บช.น.) และ 45 บาท (แต่ไม่เกิน1หมื่นบาทต่อเดือน) เป็นค่ากำลังใจในการปฏิบัติงานเจ้าของเจ้าหน้าที่จราจรระดับสารวัตรลงมาเนื่องจากเป็นผู้ปฏิบัติงาน” รองผบก.จร. กล่าว

พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการตั้งกรรมการสอบตำรวจทั้ง 4 นาย ได้แก่ พ.ต.ท.พัทธนนท์ เกียรติไพบูลย์ สารวัตรงานสายตรวจ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร ด.ต.นิธิศ ผกาแก้ว ผู้บังคับหมู่งาน สายตรวจ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร ด.ต.สุวรรณ์ ทองชมพู ผู้บังคับหมู่งาน สายตรวจ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร และ ด.ต.อภัส ขำพร้อม ผู้บังคับหมู่งาน สายตรวจ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนตั้งกรรมการสอบ และรวบรวมพยานหลักฐาน หากภายใน 240 วัน พนักงานสอบสวนดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตำรวจทั้ง4นาย ก็สามารรถให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน