“สุรชัย” โต้กรธ.กังวลเกินเหตุ หากสนช.ร่วมวงแจงร่างรธน. ด้าน "พล.อ.สมเจตน์" ชี้กลุ่มพลเมืองโต้กลับ เคลื่อนไหวสุ่มเสี่ยงทำผิดกม.ประชามติ
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็น เพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ไม่เห็นด้วยให้สนช.ร่วมเวที เพื่อชี้แจงคำถามพ่วงประชามติ เพราะเกรงทำให้ประชาชนเกิดความสับสนว่า ในวันที่ 25 เม.ย. กมธ.จะนัดประชุม เพื่อกำหนดแนวทางลงพื้นที่ชี้แจงคำถามพ่วงประชามติต่อประชาชน รวมถึงงบประมาณค่าใช้จ่าย ซึ่งหากเป็นไปได้ จะขอร่วมเวทีกับกรธ. และกกต. เพื่อประหยัดงบประมาณ ส่วนที่กรธ. เกรงว่า ประชาชนจะเกิดความสับสนนั้น ขอ กรธ. อย่ากังวลมากเกินไป เพราะกระบวนการตั้งแต่การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ การเสนอคำถามพ่วงประชามติ ล้วนเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 ทั้งสิ้น ดังนั้นการทำงานต้องมีความสอดคล้องร่วมมือกันมากกว่า ยืนยัน สนช. สามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้ทั้งหมด เนื่องจากเป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนผ่านประเทศ มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช. และอดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ระบุห้ามทุกฝ่ายรณรงค์รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะจะมีความผิดตามพ.ร.บ.ประชามติ มีโทษจำคุก 10 ปีว่า เนื้อหากฎหมายฉบับดังกล่าวระบุชัดเจนว่า ห้ามรณรงค์รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุน หรือต่อต้าน แต่ไม่ปิดกั้นการแสดงความเห็นในการพูดถึงข้อดีข้อเสียร่างรัฐธรรมนูญ หากทำด้วยความสุจริตใจและไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะไม่ต้องการให้ใครนำประเด็นการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง หากใครสร้างความขัดแย้งจะมีโทษหนักสูงสุดจำคุก 10 ปี ส่วนกรณีกลุ่มพลเมืองโต้กลับจัดกิจกรรมจำลองการลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่หน้าสน.พญาไทนั้น ถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดพ.ร.บ.ประชามติ เข้าข่ายการชี้นำให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญชัดเจน มีเป้าหมายไม่สุจริตใจ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเวทีจำลองประชามติ หรือการใส่เสื้อรณรงค์รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญถือว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายประชามติทั้งนั้น


