“พล.อ.ประวิตร” นำถก “คกก.ขับเคลื่อนคณะที่ 5” ทีมโฆษกฯ เผยความคืบหน้าขับเคลื่อน 4 เรื่อง แก้ประมงผิดกม.แล้ว85% เร่งพัฒนาแฟลตดินแดง
แก้ปัญหาการบินพลเรือน รุกคลองลาดพร้าว
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5
จากนั้นเวลา 10.30 น.พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมว่า คณะกรรมการชุดนี้ดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีเพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหา ซึ่งเกี่ยวข้องกันหลายหน่วยงาน อะไรที่สามารถแก้ปัญหาโดยผ่านที่ประชุมคณะนี้ก็จะดำเนินทันที ส่วนใดที่ไม่สามารถแก้ได้จะเสนอนายกฯ เพื่อสั่งการต่อไป ส่วนความคืบหน้าจากการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย 4 เรื่อง คือ 1.การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) 2.การพัฒนาชุมชนเมืองดินแดง 3.การแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน และ 4.การแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ คลองลาดพร้าว ซึ่งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายทางการไทยได้ดำเนินการไปแล้ว 36 งาน จาก 65 งานตามที่สหภาพยุโรป (อียู) เสนอมา ถือว่าคืบหน้าแล้ว 85 เปอร์เซ็นต์ โดยสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น ปลดระวางเรือซึ่งมีจำนวนมากเกินกำหนดพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ สร้างความเข้าใจให้เกิดความรวดเร็วในด้านการสื่อสารระหว่างเรือประมงกับหน่วยงานกำกับควบคุม รวมถึงสร้างระบบติดตามเรือและห้ามขนถ่ายสัตว์กลางทะเลไทย ควบคุมไม่ให้เกิดการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก และการพัฒนาความร่วมมือกันในระดับภูมิภาค
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ส่วนการพัฒนาแฟลตดินแดงว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนในแฟลตว่าประชาชนยังสามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมที่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งประชาชนในพื้นที่เห็นด้วยเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว และขอให้รัฐบาลเร่งพัฒนา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้ พร้อมสำรวจความต้องการของประชาชนด้วย
ทั้งนี้ พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้ขออนุมัติแผนด่านศุลกากรปี 2559 เพื่อปรับปรุงด่านตรวจคนเข้าเมือง อาคารอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ในการตรวจคนเข้าเมืองจ.ตราด ตาก และมุกดาหาร ด้วยงบประมาณ 39 ล้านบาท โดยจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป
ด้านพ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนมีความคืบหน้าเป็นลำดับ รัฐบาลได้วางกรอบให้ผู้รับผิดชอบไปดำเนินการรายงานผลการแก้ปัญหาต่อหน่วยงานที่ดูแลด้านความปลอดภัยต่างประเทศ อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดสรรบุคลากรเพื่อดูแลความปลอดภัยด้านการบินโดยคณะกรรมการกำกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้เห็นชอบ ปรับกรอบอัตราโครงสร้างขององค์กรแล้ว อยู่ระหว่างคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนฯ และบุคลากรที่จะมาทำงานด้านนี้ จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ อีกทั้งยังมีการพัฒนาคุณสมบัติผู้ตรวจสอบความปลอดภัยด้านการบิน ขณะนี้มีจำนวน 16 คนแล้ว ที่เหลืออยู่ระหว่างฝึกอบรมภาคอากาศนักบินและระบบจัดการความปลอดภัยและระบบปฏิบัติการบิน ซึ่งจะผ่านการอบรมภายในเดือนมิถุนายนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มีการทำสัญญาว่าจ้างองค์การการบินพลเรือนสหราชอาณาจักร (ซีเอเอไอ) เพื่อมาร่วมตรวจสอบความปลอดภัยการบินและในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้จะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ร่วมกับสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป (เอียซ่า) เพื่อพัฒนาศักยภาพความปลอดภัยการบิน รวมถึงได้ร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรอีกด้วย อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้จะมีการประชุมเอเอสซีที่ประเทศเบลเยี่ยม โดยขณะทำงานพิเศษของไทยจะร่วมหารือกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยการบินระหว่างประเทศ โดยมีหัวข้อชี้แจงในเรื่องต่างๆที่ดำเนินการ
ด้านว่าที่ ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์ ทีมงานโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาชุมชนริมคลองลาดพร้าวว่า จะมีการพัฒนาทั้งหมด 43 ชุมชน 7,314 ครัวเรือน ความยาวพื้นที่พัฒนา 31.9 กิโลเมตร ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 3 ชุมชน ได้รับความเชื่อเหลือแล้วกว่า 300 ครัวเรือน ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี 6 เดือน นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่อยู่อาศัย ที่ปัจจุบันมีการตั้งสหกรณ์ชุมชนโดยให้ทำสัญญาเช่ากับชุมชนและกรมธนารักษ์ ระยะ 30 ปี ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยอย่างถาวรมากขึ้นในราคาย่อมเยาว์ และจะมีการตั้งสหกรณ์เพิ่มอีก 10 แห่งด้วย





