"พล.อ.ประวิตร" สั่งเหล่าทัพปรับปรุงยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในระยะ 20 ปี
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมแถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำในที่ประชุมให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพปฏิบัติราชการตามธรรมาภิบาล ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งปี2560รัฐบาลกำลังรณรงค์เรื่องธรรมาภิบาล และต้องการให้ข้าราชการปฏิบัติตาม การเดินหน้าต่อจากนี้จะเดินด้วยหลักธรรมาภิบาลและแนวทางประชารัฐที่รัฐบาลกำหนดเพื่อรักษาความสมดุลทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ให้การบริหารราชการแผ่นดินเกิดความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ปัญหาประเทศด้วยความยั่งยืน
นอกจากนี้พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้ทบทวนและปรับปรุงยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในระยะ20ปี โดยร่างยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2560-2579ได้มีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมความมั่นคงของโลก ภูมิภาคและสถานการณ์ภายในประเทศมากำหนดวิสัยทัศน์ที่กระทรวงกลาโหมต้องมีกองทัพที่มีบทบาทชั้นนำและมีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงของรัฐ อีกทั้งส่งเสริมความมั่นคงของภูมิภาค มีเป้าหมายเสริมสร้างการพัฒนากองทัพ4ระยะ แบ่งเป็นระยะละ5ปี เพื่อนำเข้าที่ประชุมสภากลาโหมเพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป
สำหรับนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคงพล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมติดตามงานด้านการข่าวเรื่องการใช้และมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดและขยายเครือข่ายร่วมกับประชาชน เพื่อไม่ให้นำอาวุธสงครามมาข่มขู่และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ประชาชนมีเสรีภาพตามกฎหมาย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติในวันที่7ส.ค.นี้ เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนที่กระทำตัวเหนือกฎหมาย อีกทั้งเป็นการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและการใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตามขอให้มั่นใจว่า2ปีที่ผ่านมากองทัพไม่เคยใช้กำลังข่มขู่หรือละเมิดบุคคลนอกเหนือกฎหมาย เพราะเราอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย





