วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วัฒนาร้อง 'บัน คี มูน' อ้างเหตุถูกละเมิดสิทธิ

"หมวดเจี๊ยบ" เผย "วัฒนา" ยื่นหนังสือฟ้อง "บัน คี มูน" และองค์กรตปท. อ้างเหตุถูกละเมิดสิทธิ ด้าน“จาตุรนต์"จวกจำกัดสิทธิ-ปิดหูปิดตาประชาชน

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย จะเดินทางมาถึงมทบ.11 ว่า ก่อนหน้านี้นายวัฒนา ได้ทำจดหมายถึงนายบัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เพื่อชี้แจงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย โดยบอกถึงความไม่ชอบธรรมของการเรียกปรับทัศคติ ที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังจะยื่นหนังสือในลักษณะดังกล่าว ไปถึงบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องอีก 20 แห่งทั่วโลก และในวันนี้ จะมีตัวแทนจากสถานทูตต่างประเทศ อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ แคนาจา เข้าร่วมสังเกตการณ์ การกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่มีต่อผู้แสดงความเห็นทางการเมืองด้วย

ต่อมาเวลา 10.50 น.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.คลัง และนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมารอให้กำลังใจ นายวัฒนาที่ ร้านค้าสวัสดิการมณฑลทหารบกที่ 11 ทันทีที่นายวัฒนา พร้อม น.ส.วีรดา เมืองสุข บุตรสาว และนายนรินพงศ์ จินาภักดิ์ ทีมทนายความ เดินทางมาถึง นายวัฒนาได้เดินเข้าไปพบ นายกิตติรัตน์ และนายจาตุรนต์ ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ทหารกว่า 10 คน ได้ตามนายวัฒนาให้เข้าไปเพื่อนำตัวเข้ามทบ. 11 พร้อมระบุว่า อยากให้เข้าไปตามเวลาที่ได้นัดหมาย ซึ่งนายวัฒนา ได้เจรจาต่อรองขอพูดคุยกับนายจาตุรนต์ และผู้แทนสถานทูตที่มาสังเกตุการก่อน เป็นเวลา 5 นาที จากนั้นนายวัฒนาได้ออกมาพบกับเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อเข้ามทบ.11พร้อมกล่าวกับลูกสาวว่า “บ่ายสามโมงพ่อออกมา เขาเรียกพ่อมารายงานตัว ถ้าไม่ได้ออกมาในเวลาดังกล่าวแสดงว่าใช้อำนาจบังคับให้พ่ออยู่” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการยื่นหนังสือไปต่างประเทศเป็นการเอาต่างชาติมากดดันไทยหรือไม่ นายวัฒนา ตอบว่า ไม่ใช่และยืนยันตนไม่คิดจะลี้ภัยตามที่เป็นข่าวเพราะบ้านตนอยู่ที่นี้ ไม่คิดไปไหน

จากนั้น นายนรินพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่า มว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายวัฒนาเข้ามทบ.11 ว่า เดิมนัดกันที่ นายวัฒนาที่บ้าน แต่สุดท้ายทหารขอให้มาที่มทบ.11 ยืนยันนายวัฒนาพร้อมทำตามคำสั่งทหาร แม้ไม่ได้เต็มใจ เพราะถ้าไม่มาตามนัดก็จะกลายเป็นขัดขืน มองว่าการวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิของทุกคน และตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใด นักวิชาการ พรรคการเมืองสองพรรคใหญ่ออกมาวิจารณ์ แต่กลับเรียกนายวัฒนาเพียงคนเดียว การโพสต์เฟซบุ๊กของนายวัฒนา ยืนยันไม่มีข้อความใดแสดงความยุยงปลุกปั่น ส่วนหนังสือที่ยื่นไปยังนาย บัน คี มูน เพราะในรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 4 ให้สิทธิแสดงความเห็นเมื่อทำไม่ได้จึงต้องร้องเรียนให้ต่างชาติรู้ว่าถูกลิดรอนสิทธิ แต่หากเวลา 15.00 น.นายวัฒนา ไม่ออกมา ก็ต้องดูว่ามีการแจ้งข้อหาอะไรหรือไม่ ถ้าไม่มีจะถือว่าเป็นกักขังหน่วงเหนี่ยว และจะฟ้องผู้เกี่ยวข้องทุกคน เมื่อถามว่าล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งข้อหานายวัฒนาว่าขัดคำสั่งคสช.ที่ 13/2559 เกี่ยวกับการกระทำป้องกันและปราบปรามความผิดบางประการเป็นภัยต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจและสังคม นายนรินพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเอกสารดังกล่าว ความจริงแล้วจะมีคำสั่งคสช.ที่ 3/58 และ 13/59 แต่ได้ศึกษาคำสั่งแล้ว ถ้านายวัฒนาผิด คนไทยและนักวิชาการครึ่งประเทศ ก็ต้องมีความผิดด้วย เพราะเป็นการแสดงความเห็นไม่รับร่าง การกระทำของทหารชั้นผู้น้อยครั้งนี้คงทำตามหน้าที่แต่หากเกิดอะไรขึ้น ผู้ใหญ่ในกองทัพ และนายกฯ ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้แจกเอกสารแสดงว่าเหตุผล ในการควบคุมตัวนายวัฒนาในครั้งนี้ว่า นายวัฒนาได้กระทำผิด รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 44 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2559 เรื่องการป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายชาติ ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ขณะที่ นายจตุรงค์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับตัวแทนสถานทูตที่มาสังเกตุการในวันนี้ เขาได้ติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ และมองว่าการดำเนิน การกับนายวัฒนาในวันนี้เป็นการดำเนินการที่เข้มข้น และแปลกใจกับปฎิบัติการดังกล่าวและต้องยอมรับว่าสิทธิมนุษยชนในบ้านเรามีปัญหา เพราะประชาชนถูกจำกัดโดยสิทธิ์โดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่การจำกัดสิทธิ์ คนไม่กี่คนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในตอนนี้ จะกลายเป็นการจำกัดสิทธิ์การรับรู้ของประชาชนทั่วไปด้วย ถือเป็นการปิดหูปิดตาประชาชน ไม่เป็นผลดีกับการทำประชามติ ถ้าประชามติผ่านเชื่อว่าจะเป็นปัญหาในอนาตคเพราะประชาชนไม่ได้รับข้อมูลที่รอบด้านจึงเรียกร้องให้มีการเปิดโอกาสในการแสดงความคิดเห็น เพื่อให้การทำประชามติเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม ส่วนตัวมองว่าการปฎิบัติต่อนายวัฒนาในวันนี้ไม่เป็นทำไม่เป็นธรรม เพราะไม่มีการให้เหตุผลในการควบคุมตัวแต่ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์แสดงความคิดเห็นได้นั้น ไม่อยากให้เรียกว่าเลือกปฏิบัติจริง เพราะข้อเท็จจริงทุกคนควรแสดงความคิดเห็นได้ อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่หวั่นถ้าจะถูก คสช. เรียก แต่ก็ไม่ได้ท้าทาย และมองว่าหลักสูตรอบรมนักการเมืองไม่มีประโยชน์