“สุริยะใส”หวั่นประชามติเป็นแค่เกมการเมือง แนะฝ่ายรับ-ไม่รับ เถียงกันด้วยข้อเท็จจริง จี้คสช.ผลักดันรูปธรรมปฏิรูป-ปราบโกงก่อนประชามติ
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงการถกเถียงการลงประชามติ ว่า ตนเป็นห่วงว่าการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ จะกลายเป็นแค่เกมการเมืองหรือสงครามสัญลักษณ์ของขั้วขัดแย้งทางการเมือง การตัดสินใจอาจไม่อยู่บนฐานของเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงบางส่วนที่ตั้งธงโหวตโนตั้งแต่ยังไม่เขียนรัฐธรรมนูญกันก็จะฉวยใช้จุดอ่อนในร่างรัฐธรรมนูญเพื่อขยายผลสนองเจตนาทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังการลงประชามติซึ่งต้องจับตา ในส่วนของนักวิชาการหรือกลุ่มที่พยายามรักษาภาพความเป็นกลางทางการเมืองก็ควรมีข้อเสนอหรือทางออกที่สามพ่วงเข้ามาให้ประชาชนพิจารณาก็น่าจะดีกว่าประกาศว่ารับหรือไม่รับเท่านั้น เพราะการประรับหรือไม่รับง่ายเกินไปในสถานการณ์ที่มีความสลับซับซ้อนกว่าตอนทำประชามติเมื่อปี 2550
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มที่ประกาศรับร่างรัฐธรรมนูญโดยเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การปราบโกงและการปฏิรูปประเทศนั้น ก็ควรนำประเด็นเด่นออกมาเผยแพร่รณรงค์มากกว่าจะกล่าวหาฝ่ายที่ไม่รับแบบฉาบฉวย ซึ่งจริงๆก็ต้องยอมรับว่าร่างรัฐธรรมนูญมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนถ้าทุกฝ่ายเอาข้อเท็จจริงออกมารณรงค์แบบนี้ก็จะถือเป็นกระบวนการเรียนรูของสังคมไทยครั้งใหญ่อีกครั้ง
ผมยังเชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่ยังไม่ตัดสินใจ เพราะคิดว่ายังมีเวลาแต่อยากเห็นความชัดเจนหรือรูปธรรมการปฎิรูปและการปราบโกงจาก คสช.ก่อนวันลงประชามติ ซึ่งยังมีเวลาอีกกว่า 4 เดือน ถ้า คสช.เร่งผลักดันผลงานปฎิรูปและการปราบโกงอย่างจริงจัง ประชาชนอาจจะรับได้กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะการปฏิรูปหรือการปราบโกงทำได้เลยโดยไม่ต้องรอรัฐธรรมนูญประกาศใช้





