"พล.อ.ประยุทธ์" เผยถ้า "ร่างรธน." ไม่ผ่าน "ประชามติ สั่งร่างใหม่ บ่นสื่อต้องทำความเข้าใจประชาชน เพื่อไม่ให้ถูกชักจูงตอนลงคะแนนเสียง
วานนี้ (12เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เตรียมทำประชามติ ว่า รัฐธรรมนูญเป็นไปตามที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ร่างมา เพราะคสช.ก็ได้มีข้อเสนอแนะไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อร่างออกมาได้แค่นั้นก็เป็นการทำงานของกรธ. ตนก็เคารพเขาตรงนั้นเพราะเป็นทีมงานเดียวกันที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้ทำงานเพื่อตัวเอง เพราะฉะนั้นกรธ.ก็มีความเห็นของเขาอีกแบบหนึ่งออกมาอย่างไรก็แบบนั้น ไม่ได้ไปแย้งอะไร และตนก็จบตรงนั้นสำหรับกรธ.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนคำถามพ่วงเรื่องส.ว.โหวตนายกรัฐมนตรีนั้น เหตุผลที่ตนได้รับฟังจากที่สนช.อภิปรายผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์นั้น ก็เห็นว่าบางคนก็อยากให้มี บางคนไม่ต้องการให้มี แต่สรุปก็คือต้องมีคำถามพ่วง เนื่องจากสนช.ไม่ไว้วางใจว่ารัฐบาลต่อไปจะทำอย่างที่ว่าไว้หรือไม่ ดังนั้น ไม่ควรมาถามตน แต่ควรไปถามคนที่จะมารับเลือกตั้งต่อไปว่าเขาจะทำหรือไม่ ก็ไปให้เขามาทำสัญญากับประชาชนของเขาเลยดีไหมว่ากลับมาจะทำอะไร เรื่องข้าว เรื่องน้ำ เรื่องแก้ปัญหาประมง หรืออะไร หลายปัญหามีความซับซ้อนมากมาย คนไม่พร้อม กฎหมายไม่พร้อม ปัญหาความขัดแย้งก็มีอยู่ด้วย ทับซ้อนกันไปหมด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทราบหรือไม่ว่าเวลาผู้นำประเทศอื่นๆ เวลาเขาเจอตนนั้นเขาบอกว่าอย่างไร เขาบอกว่ามีคนไปถามเขาว่าเป็นห่วงประเทศไทยหรือไม่ที่จะสะดุดเรื่องประชาธิปไตย ซึ่งผู้นำประเทศนั้นซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีก็ตอบไปว่าเขาไม่เป็นห่วง ประเทศไทยมีศักยภาพหลายด้าน แต่ที่ห่วงคือเรื่องความมีเสถียรภาพทางการเมือง แต่ถึงวันนี้เขาทราบดีว่ารัฐบาลปัจจุบันและคสช.ทำงานอย่างเต็มที่ในการทำให้ทุกอย่างไม่สะดุด และเขาซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตยก็เป็นกำลังใจให้กับตน แล้วตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมภายในประเทศเรากันเองถึงได้เสื่อมถอยลงไปทุกวัน ตรงนี้แหละที่ทำให้ตนหงุดหงิด แต่แน่นอนตนไม่สามารถทำให้คน 70 ล้านคน มาคิดตามได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ วางแนวทางไว้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ร่างใหม่ แต่ตนก็อยากจะให้ผ่าน ถ้าไม่ผ่านจะไปทำอะไรได้ เมื่อถามย้ำว่า แล้วฉบับที่เตรียมไว้หากไม่ผ่านจริง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เตรียมไว้อยู่ในใจ ในหัวของตนนี่ ไม่เอาฉบับไหนทั้งนั้น
เมื่อถามว่า พรรคการเมืองระบุว่าต้องการให้ทำความเข้าใจอย่างรอบด้านกับประชาชนเพื่อให้มีความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่ามาพูดคำว่าประชาชนกับตนนักเลย ทำไมรัฐบาลที่ผ่านๆมาไม่ทำให้เขา ทำไมพวกเขายังจนอยู่ ยังต้องทำมาหากินอยู่ จะมาอ้างประชาชนกันอยู่ได้ ทราบหรือไม่ว่าตัวเลขที่คนให้ความสนใจรัฐธรรมนูญคือ 40% กับนักข่าวที่สนใจ 100% ซึ่งเหล่านี้เป็นตัวเลขที่มีการประเมินแล้ว รัฐบาลทำงานแบบมีตัวเลข สำรวจมาทุกหมู่บ้าน ตอนนี้ชาวบ้านหลายคนบอกว่าไม่รู้เรื่อง รธน. ไม่รู้จักกรธ. และพอถามต่อไปว่าชาวบ้านต้องการอะไรเขาก็บอกว่าขอน้ำทำนา นี่คือความแตกต่างทางความคิด ช่องว่างตรงนี้ยังมีมาก
เมื่อถามว่า 40%ที่ระบุนั้นน่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอาจจะถูกชักจูง นายกฯ กล่าวว่า ก็อยู่ที่สื่อมวลชนด้วย เพราะถึงอย่างไรตนก็ห้ามไม่ได้ถ้าคนไม่ดีอยากจะทำ แต่ถ้าจับได้ก็ต้องลงโทษ บางคนยังบอกว่าใกล้เลือกตั้ง เดี๋ยวก็มีค่ารถกลับบ้านอีก มีค่าเดินทาง ทำไมเขาพูดกันอย่างนั้น แล้วอย่างนี้คนดีใครเขาอยากเข้ามา ทุกวันนี้การต่อสู้ทางการเมืองมันรุนแรงเพราะต้องใช้เงินในการบริหารพรรคการเมือง ทำให้เขาต้องหาเงินมาอุดหนุนดูแลพรรค ต่างจากพรรคการเมืองสมัยก่อนๆที่มีคนร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองมารวมกลุ่มกัน แต่ทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเป็นทุนเสรีนิยมไปแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อมวลชนต้องช่วยทำหน้าที่ในการพัฒนาทางความรู้ว่า ต้องคิดอย่างไร ประชาธิปไตยที่เป็นสากลควรเป็นอย่างไร นักการเมืองต้องทำตัวอย่างไร ประชาชนต้องทำอย่างไรในการเลือกรัฐบาล และต้องทำอย่างไรที่จะมีมาตรการในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ดังนั้นไม่ต้องมาถามตนว่าจะควบคุมตนเพราะตนเป็นคนยึดอำนาจเพื่อที่จะทำให้ได้ เพราะเดิมทำไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในวันเดียวกันนี้ครม.ได้มีมติอนุมัติงบประมาณจำนวน 2,991 ล้านบาทเพื่อการจัดทำประชามติตามที่กกต.เสนอ เนื่องจากเป็นไปตามกติกา แต่จะเสียเงินเปล่าหรือไม่ตนก็ไม่ทราบ เลือกมากี่ครั้งก็เหมือนเดิม หลายประเทศเมื่อเขียนรัฐธรรมนูญแล้วเขาก็ประกาศใช้ทันทีก็เห็นเขาเจริญดี ไม่เห็นต้องทำประชามติ





