"ผู้ตรวจการแผ่นดิน" จี้ "ปตท." คืนท่อก๊าซ เผยมีหลักฐานใหม่เพิ่มขึ้น ยืนยันกระบวนการคืนทรัพย์สินไม่เป็นไปตามมติ ครม.
นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กรณีกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และผู้เกี่ยวข้อง ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนมติครม.วันที่ 18 ธ.ค. 2550 ซึ่งเป็นเรื่องการไม่คืนท่อก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด และการนำท่อก๊าซซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินไปแสวงหาประโยชน์ ว่าการดำเนินการของผู้ตรวจการแผ่นดินพบพยานหลักฐานใหม่จำนวนมาก ซึ่งหลักฐานใหม่ค้นพบเพิ่มขึ้นจำนวน 58 รายการ มูลค่า 68,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 52,000 ล้านบาท จึงขอให้ ปตท.อย่านิ่งเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เพราะเรื่องนี้มีความชัดเจนว่ากระบวนการคืนทรัพย์สินไม่เป็นไปตามมติ ครม. ไม่ผ่าน สตง. และไม่มีการนำกลับไปให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง และในส่วนของกรมธนารักษ์ เจ้าหน้าที่ผู้รับมอบทรัพย์สิน ไม่ได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่ไปดำเนินการด้วยตัวเอง จึงทำให้เรื่องนี้มีตำหนิ
“เช่น กรณีที่ ปตท.นำท่อแก๊สไปให้เช่า มีผลประโยชน์เข้า ปตท.จำนวนมาก ซึ่งประโยชน์ในส่วนนี้ต้องคืนให้กับรัฐด้วย เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน ที่ได้ไปก็ได้ในช่วงที่เป็นรัฐสาหกิจ แต่เมื่อแปรรูปแล้วผลประโยชน์ทุกอย่าง ตกอยู่กับผู้ถือหุ้น จะมาอ้างว่ากระทรวงการคลังถือหุ้นไม่ได้ เพราะกระทรวงกางคลังถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 51 จึงถือว่าเป็นเรื่องของเอกชน หากเขามีสำนึก ก็ต้องคืนมา ผู้ตรวจการแผ่นดินทำตามหน้าที่ เมื่อมีผู้ร้องมาก็ต้องตรวจสอบให้ดีที่สุด อะไรที่เป็นของรัฐก็ต้องคืนมา อะไรก็ตามที่เป็นเงินก็ต้องคืนมา ปตท.อาศัยอำนาจรัฐทุกอย่าง ไปดำเนินการ ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นของรัฐ” นายศรีราชา กล่าว





