ศาลปกครองกลาง ยกเลิกคำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไล่ออก “สมศักดิ์เจียมธีรสกุล” ชี้ไม่มีเจตนาละทิ้งหน้าที่
ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่356/2558 ลงวันที่ 23 ก.พ.2558 ที่ลงโทษไล่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ออกจากราชการ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยที่ให้ยกอุทธรณ์ของนายสมศักดิ์ โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่มีคำสั่งและคำวินิจฉัยดังกล่าว ตามคำร้องของนายสมศักดิ์ ที่ยื่นฟ้องอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ใช้อำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อวันที่16 พ.ค.2557 นายสมศักดิ์ได้ยื่นเรื่องขอ ไปปฏิบัติงานภายในประเทศเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการเพื่อทำงานวิจัย เรื่อง ปรัชญาประวัติศาสตร์และสังคมของเฮเกล มีกำหนด 1 ปี โดยมีระยะเวลาเริ่มต้นงานวิจัยในวันที่ 1ส.ค.2557- วันที่ 31 ก.ค.2558 ตามระเบียบทบวงมหาวิทยาลัย ว่าด้วยการให้ข้าราชการ ไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ พ.ศ. 2523แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2554 ไม่ใช่การยื่นเรื่องขอลาราชการเพื่อหยุดการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างนั้นที่จะต้องได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาอย่างชัดแจ้งก่อน จึงจะหยุดราชการได้ แม้กรณีนี้ อธิการบดี มธ. จะยังไม่ได้ลงนามอนุมัติในคำขอไปปฏิบัติงานของนายสมศักดิ์ ก็ตาม แต่กระบวนการสำคัญในการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของผู้ขอ ลักษณะและความเหมาะสมของเรื่องที่จะทำการวิจัย และระยะเวลาที่วิจัย ฯลฯ ซึ่งระเบียบฯ กำหนดให้ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาโดยหัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์และคณะกรรมการประจำคณะฯ ได้เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ก่อนวันที่1 ส.ค.2557 อันเป็นวันเริ่มต้น การทำวิจัย
ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยมีกรณีที่มหาวิทยาลัยฯ มีคำสั่งอนุมัติการไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการของนายสมศักดิ์ในภายหลัง เมื่อนายสมศักดิ์กลับจากปฏิบัติงานตามที่มีคำขอแล้ว ย่อมก่อให้นายสมศักดิ์เข้าใจว่า สามารถไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการได้เลย โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากอธิการบดี มธ. ก่อน อีกทั้งตามคำสั่งไล่ออกที่พิพาทระบุให้คำสั่งมีผลนับตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.2557 อยู่ในช่วงการทำวิจัย เท่ากับว่า นายสมศักดิ์ไม่ได้จงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการ และละทิ้งหน้าที่ราชการ เป็นเวลาเกินกว่า15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ที่อธิการบดี มธ. จะนำมาเป็นเหตุออกคำสั่งลงโทษทางวินัยนายสมศักดิ์ได้ ดังนั้น คำสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หากในช่วงระยะเวลาภายหลังวันที่รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมีคำสั่งยกเลิกการขออนุมัติลาไปปฏิบัติงานภายในประเทศเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการของผู้ฟ้องคดีแล้ว นายสมศักดิ์ยังคงไม่มาปฏิบัติราชการ และอธิการบดีฯ เห็นว่า นายสมศักดิ์มีการกระทำที่เป็นการจงใจ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือ ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันในช่วงเวลาดังกล่าว อันเป็นพฤติกรรม ที่เกิดขึ้นใหม่ภายหลังการดำเนินการสอบสวนและการลงโทษในคดีนี้ ก็เป็นเรื่องที่อธิการบดี มธ.จะไปพิจารณาดำเนินการตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป





